สูตรทำคอนโดกลางเมือง

ผ่ากลยุทธ์คอนโดฯ 6 แสนบาท ทำเลกลางใจเมืองของ อดีตสว.ชัยภูมิ “นิรัตน์ อยู่ภักดี” Low Profile High Demand ต้นทุนการตลาดต่ำ ไม่เน้นโฆษณา ทำราคาถูก แต่ขายได้ เจาะกลุ่มคนอยู่หอพัก อพาร์ทเมนท์ ด้วย 4 สูตรลงทุน บวก 1 สูตรสำเร็จ และแผนลงทุนในปี 52 อีก 3,000 ยูนิตบนทำเลคนเมือง ผ่ากลยุทธ์คอนโดฯ 6 แสนบาท ทำเลกลางใจเมืองของ อดีตสว.ชัยภูมิ “นิรัตน์ อยู่ภักดี” Low Profile High Demand ต้นทุนการตลาดต่ำ ไม่เน้นโฆษณา ทำราคาถูก แต่ขายได้ เจาะกลุ่มคนอยู่หอพัก อพาร์ทเมนท์ ด้วย 4 สูตรลงทุน บวก 1 สูตรสำเร็จ และแผนลงทุนในปี 52 อีก 3,000...

เทคนิคการเลือกห้องคอนโดมิเนียม

มกราคม 24, 2010 โดย maramarod http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=samai&date=16-03-2012&group=1&gblog=17 การเลือกห้องก็เหมือนการเลือกทำเลแหละครับ ในคอนโดหลังหนึ่งๆจะมีห้องที่ดีที่สุดไปจนถึงแย่ที่สุด คละกันไป ห้องที่ดีก็คือห้องที่ทิศทางเหมาะสมเปิดหน้าต่างแล้วรับลมเย็น ไม่โดนแดดส่อง มองออกนอกห้องเห็นวิวสวยงาม ไม่โดนบล๊อกไม่เจอวิวอุจาดตา ตำแหน่งห้องไม่ใกล้หรือไกลลิฟท์เกินไป ไม่ติดห้องขยะห้องไฟฟ้าหรือห้องน่ากลัวอื่นๆ เข้ามาดูในห้องก็มีการแปลนภายในอย่างดีพื้นที่ใช้สอยจัดวางลงตัว ไม่มีซอกมุมไร้ประโยชน์ หรือมีแต่ทางเดินเปลืองเนื้อที่หัวนอนไม่หันหัวไปทิศต้องห้าม ห้องน้ำมีหน้าต่างเปิดสู่ภายนอกไม่อับชื้นฯลฯ การเลือกห้องที่ดีในคอนโดนั้นทำให้ได้เปรียบคนอื่นในการขายต่อทำให้ขายง่ายได้ราคาดี หรือปล่อยเช่าก็จะง่ายและเร็วเพราะใครๆย่อมอยากอยู่ห้องสวยๆมุมดีๆทั้งนั้นจริงไหมครับ สำหรับคอนโดเก่าหรือคอนโดสร้างเสร็จแล้วการเลือกห้องนั้นไม่ยากเพราะเราสามารถเข้าไปสัมผัสตัวโครงการและภายในห้องของจริงเพื่อการพิจารณาตัดสินใจเลือกได้ง่ายแต่สำหรับคอนโดที่ยังไม่ได้สร้าง ตอนเปิดขายได้เห็นแต่โบรชัวร์สวยหรู มองไปที่ site เจอแต่ความว่างเปล่า การเลือกห้องต้องใช้จินตนาการประกอบกับความชำนาญสูงซึ่งหลังจากเพื่อนๆอ่าน blog นี้ของผมแล้วจะต้องทำได้แน่นอนฮ่าๆ เราจะมาดูในรายละเอียดกัน คอนโดหันทิศไหนดีที่สุด? ประเทศไทยนั้นมีลมมรสุมพัดเข้ามาทางทิศใต้-ตะวันตกราวๆ 8 เดือน และมีลมพัดมาจากทิศเหนือ-ตะวันออก 3-4เดือนส่วนทิศทางแดดจะอ้อมใต้ในฤดูหนาวและค่อยๆเคลื่อนมาอยู่กลางหัวกบาลในฤดูร้อน ทิศทางลมมรสุมในประเทศไทย ทิศทางดวงอาทิตย์ในประเทศไทย ทำหมุนๆ Animation ให้ดูซะหน่อย จะได้ดูน่าเลื่อมใส เอิ๊ก แล้วสรุปว่าเลือกคอนโดด้านทิศไหนดีล่ะครับเพ่?? คำตอบคือไม่มีทิศไหนที่ดีที่สุดสำหรับทุกคนหรอกครับ บางคนชอบทิศเหนือเพราะหน้าต่างจะได้ร่มเงาตลอด แต่บางคนก็ไม่ชอบเพราะปลูกต้นไม้ที่ระเบียงแล้วไม่ค่อยโต ตากผ้าไม่ค่อยแห้ง ลมก็ไม่เข้าบางคนชอบทิศใต้เพราะลมพัดเย็นสบายทั้งปีแต่ก็ต้องแลกกับการที่แดดจะส่องเข้าห้องบ้างแต่ทิศที่ทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่าควรหลีกเลี่ยง ก็คือทิศตะวันตกเพราะมันร้อนนรกแตกจริงๆครับ ที่จริงทิศตะวันออกก็ร้อนเหมือนกันแต่ร้อนน้อยกว่าแต่บางคนก็ไม่ชอบทิศตะวันออกเพราะเป็นคนนอนตื่นสาย ไม่ชอบให้แดดส่องตัวดังนั้นขอสรุปว่า เลือกทิศไหนก็ได้ แล้วแต่ Lifestyle...

ทำไมต้องจ้าง สถาปนิกและวิศวกรในการสร้างบ้าน

by Householder Co.,Ltd. on Wednesday, August 31, 2011 at 11:05pm ปลูกบ้านหลังเล็กๆ ทำไมต้องเสียเงินจ้างสถาปนิกและวิศวกร? ถ้าตอบแบบกำปั้นทุบดินก็เพราะว่าทั้ง 2 ต้องเซ็นชื่อลงในแบบก่อสร้างเพื่อยื่นขอใบอนุญาตก่อสร้างกับทางสำนักงานเขต ครับ แต่ถ้าจะตอบด้วยเหตุและผลก็อาจจะยาวหน่อย เพราะเมื่อท่านยินดีว่าจ้างสถาปนิกและวิศวกร โดยยอมจ่ายเงินประมาณ 7.5 % จากราคาค่าก่อสร้าง เงินนี้จะมีผลผูกพันให้ สถาปนิกจะต้องทำหน้าที่ต่อไปนี้ให้กับท่านคือ ให้คำปรึกษาเกือบทุกๆ เรื่องที่เกี่ยวกับการก่อสร้าง อย่างเช่น จะออกแบบบ้านอย่างไรให้เหมาะกับการใช้งานของเจ้าของบ้าน จะหาผู้รับเหมาได้จากที่ไหน หรือแม้กระทั่งจะกู้เงินกับธนาคารอย่างไร 2. ทำหน้าที่คอยประสานงานกับวิศวกรโครงสร้าง หากโครงการมีขนาดใหญ่อาจต้องทำหน้าที่เป็นผู้นำทีมคอยประสานงานเพิ่มเติมกับ วิศวกรไฟฟ้า วิศวกรสุขาภิบาล วิศวกรเครื่องกล มัณฑนากร หรือภูมิสถาปนิก ตามความซับซ้อนของงาน 3. ออกแบบเบื้องต้น และพัฒนาแบบดีไซน์ ในขั้นตอนนี้ถือว่าเป็นขั้นตอนที่สถาปนิกจะต้องใช้ความคิดและประสบการณ์การ ทำงานส่วนตัวทั้งหมดที่มี วิเคราะห์สภาพแวดล้อม ศึกษาข้อกำหนดของกฎหมายที่มีผลกับที่ดินและลักษณะของอาคาร กำหนดแนวความคิดในการออกแบบ วางผังอาคาร เพื่อตอบโจทย์หรือความต้องการทั้งหมดของเจ้าของบ้าน จากนั้นก็พัฒนาแบบจนเจ้าของบ้านพอใจหรือตามแต่ที่จะตกลงกันไว้ 4. ทำแบบก่อสร้าง เพื่อนำไปใช้ในการสร้าง ซึ่งแบบก่อสร้างนี้มักจะประกอบไปด้วย ผังพื้น...

Looking to buy a house…..How much money should one be prepared for?

Despite of the fact that we are currently facing a downturn in the world economy, but a house is one of the 4 necessities of life, we all need to have shelter. For a couple thinking of starting a family with funds in hand may straightaway start looking at projects with houses already built or...

images

ทางเลือกใหม่ในภาวะโลกร้อน……บ้านลอยน้ำ (มิ.ย. 54)

ในระยะนี้เราอาจจะเห็นข่าวเกี่ยวกับภัยธรรมชาติ เกิดขึ้นบ่อย ๆ เช่น  แผ่นดินไหว  ภูเขาไฟระเบิด  เกิดสึนามิ  มีลมพายุ  อุทกภัย ต่าง ๆ    ซึ่งเป็นผลมาจาก  “ภาวะโลกร้อน” เมื่อโลกร้อนขึ้น น้ำก็ถูกแผดเผาระเหยกลายเป็นไอมากขึ้น ไอน้ำก็จะจับตัวเป็นก้อนเมฆที่ใหญ่ขึ้น  ฝนตกหนักขึ้น บ่อยขึ้น  และทวีความรุนแรงมากขึ้น  ทำให้ได้ยินข่าวเกิดน้ำท่วมทั่วโลก  ทั้งในประเทศไทยเราเองก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน ถ้าจะสังเกตดี ๆ จะพบว่าเมื่อเกิดน้ำท่วมที่ไร มักจะเป็นปัญหาซ้ำซากของคนในบริเวณพื้นที่เดิมนั้น  ๆ  เราจำเป็นต้องหาทางออกแก้ไขว่าทำอย่างไรให้ที่อยู่อาศัยมีผลกระทบน้อยที่สุดเมื่อน้ำท่วม จากภูมิปัญญาไทยดั้งเดิมส่วนใหญ่สร้างบ้านอยู่ใกล้ริมแม่น้ำ ลำคลอง หรือ พื้นที่ลุ่ม จึงสร้างบ้านเรือนแบบยกใต้ถุนสูง  เราก็อาจลืมกันไป ว่า อดีตบริเวณใด เคยเป็นท้องทุ่งที่น้ำท่วมในฤดูฝน เลยไปนิยมแบบบ้านทางยุโรป ซึ่งบ้านเขาอากาศแห้งกว่าบ้านเรา     จากสถิติ  เกิดน้ำท่วม ครั้งสำคัญในประเทศไทยตั้งแต่ ปี 2526 -2554  ถึง 12  ครั้ง  ใน ปี 2553  เกิดน้ำท่วมใหญ่  21 จังหวัด ใน ภาคกลาง...

Architect_54-10

นวัตกรรมอาคารใจดี คืนรอยยิ้มให้สังคม (พ.ค. 54)

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ ขอเรียนเชิญสื่อมวลชนทุกท่าน เข้าร่วมงานแถลงข่าวและสัมมนาเชิงปฏิบัติการ หัวข้อ “การออกแบบเพื่อคนทั้งมวล เป็นประโยชน์ต่อคนทั้งประเทศ” (Universal Design) ในวันพุธที่ 9 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา 12.30-16.00 น. ณ. ASA CLUB อิมแพ็ค เมืองทองธานี ในงานสถาปนิก 54 โดยได้รับเกียรติจาก นายอิสสระ สมชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานพิธีเปิดงาน โดยมี นายทวีจิตร จันทรสาขา นายกสมาคมสถาปนิกสยามในประบรมราชูปถัมภ์, ทพ.กฤษฎา เรืองอารีรัชต์ ผู้จัดการสำนักกองทุนสนับสนุนการเสริมสร้างสุขภาพ (สสส.), นพ.พงษ์พิสุทธิ์ จงอุดมสุข ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) เข้าร่วมงานแถลงข่าวในครั้งนี้ สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ เตรียมจัดแสดงต้นแบบอาคารใจดี พร้อมนิทรรศการ UNIVERSAL DESIGN ในงานสถาปนิก ’54 ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด เล็กๆ …เปลี่ยนโลก : Bottom...

1297907307

มารู้จัก ….. อาคารใจดี (เม.ย. 54)

ในทุก ๆ ปี สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ จะจัดงาน “สถาปนิก” เป็นประจำ และปีนี้ ก็เช่นกัน เพียงแต่ปกติจะจัดในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม  แต่ปีนี้ ได้จัดเสร็จสิ้นไปเมื่อวันที่  13 กุมภาพันธ์ 2554 ณ อาคารชาเลนเจอร์ ศูนย์การจัดแสดงอิมแพคเมืองธานีที่เดิม  โดยจะมีคอนเซ็ปของงานเปลี่ยนไปทุกปี และในปีนี้ มีสโลแกน ว่า  “เล็ก ๆ…เปลี่ยนโลก : Bottom Up” จริง ๆ ผมตั้งใจจะเขียนเรื่องนี้ในฉบับก่อน แต่เนื่องจาก ติดภารกิจ จนส่งต้นฉบับไม่ทัน จึงต้องขอมาแก้ตัวในฉบับนี้ …เอาละครับ กลับมาที่งานสถาปนิก 54 กันต่อ ……… บรรยากาศของงานก็คล้าย ๆ กับ ทุกครั้ง คือ มี กิจกรรมของสมาคม ทั้งในเรื่องนิทรรศการเผยแพร่ความรู้ทางด้านสถาปัตยกรรม ผลงานออกแบบของสถาปนิก สถาบันการศึกษา งานประกวดแบบ งานสัมมนาทางวิชาการ รวมถึงการแสดงสินค้าและ วัสดุที่เกี่ยวข้องกับงานสถาปัตยกรรมและสาขาเกี่ยวข้อง  แต่ ดูเหงา...

SR24

แนวทางการตรวจงานก่อสร้างด้วยตนเอง : ตอนที่ 9 งานโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก (1) (เม.ย. 53)

ฉบับก่อนหน้านี้ ได้กล่าวถึงงานเสาเข็มและฐานรากซึ่งเป็นงานฐานรากของอาคาร แม้จะเป็นส่วนของอาคารที่อยู่ใต้ดิน ไม่สวยงามอย่างเช่นงานทางสถาปัตย์ แต่ก็จัดว่าเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง  สำหรับฉบับนี้ เรามาว่ากันต่อถึงส่วนของโครงสร้างอาคาร ซึ่งส่วนต่อเนื่องจากงานฐานรากมักเป็นโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก (คสล.) อันได้แก่ เสา คาน และพื้น การตรวจงานดังกล่าวจะแบ่งเป็น 3 ส่วนหลักๆ ตามลำดับการทำงานดังนี้ คือ 1)    งานเหล็กเสริม 2)    งานแบบหล่อ 3)    งานคอนกรีต ก่อนที่จะเทคอนกรีต จะต้องตัด ดัด และผูกเหล็กเสริมเข้าตำแหน่งตามแบบเสียก่อน จึงจะขอกล่าวถึงงานเหล็กเสริมเป็นอันดับแรก วัสดุ เหล็กเสริมมีด้วยกัน 2 ประเภท หลายเกรดและหลายขนาด คือ เหล็กเส้นกลมกับเหล็กเส้นข้ออ้อย ตามมาตรฐานอุตสาหกรรม(มอก.)   ระบุไว้ว่า เหล็กเส้นกลมจะเป็นเกรด SR24 ส่วนเหล็กข้ออ้อยจะมีอยู่หลายเกรดกว่า ได้แก่ SD30, SD40 และ SD50 ส่วนใหญ่งานบ้านพักอาศัยหรืออาคารขนาดเล็กมักจะใช้เกรด SD30 ขนาดเหล็กเส้นกลมที่นิยมใช้จะเป็นขนาดเล็ก ได้แก่ 6 และ 9 มม....

สรุปขั้นตอนการทำเข็มเจาะ

แนวทางการตรวจงานก่อสร้างด้วยตนเอง : ตอนที่ 8 งานเสาเข็มเจาะ (มี.ค. 53)

ตามที่กล่าวนำไว้เมื่อหลายฉบับก่อนว่า เสาเข็มที่นิยมใช้กันในงานก่อสร้างบ้านหรืออาคารที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก มีด้วยกัน 2 ชนิด คือ เสาเข็มตอกและเสาเข็มเจาะ เสาเข็มตอกเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นในพื้นที่จังหวัดชลบุรีและจังหวัดใกล้เคียง เนื่องจากวิศวกรออกแบบไม่ต้องคอยพะวงกับสภาพของดินภายใต้ฐานราก (ในกรณีที่ไม่มีรายงานการเจาะสำรวจดิน) และคุณภาพในการควบคุมงาน สำหรับเสาเข็มเจาะนั้นได้รับความนิยมบริเวณพื้นที่ก่อสร้างในกรุงเทพฯและเขตปริมณฑล โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณที่มีอาคารอยู่ค่อนข้างหนาแน่น เนื่องจากเสาเข็มเจาะมีการสั่นสะเทือนในการทำงานน้อยกว่าเสาเข็มตอก จึงลดปัญหาที่อาจจะเกิดกับอาคารอื่นข้างเคียงได้มาก และไม่มีปัญหากับสถานที่ก่อสร้างที่อยู่ในซอยแคบ อย่างเสาเข็มตอกที่ลำบากเรื่องการขนส่งครับ เสาเข็มเจาะมี 2 ระบบ คือ ระบบแห้งและระบบเปียก ซึ่งผมจะกล่าวถึงเฉพาะการทำเสาเข็มเจาะระบบแห้ง เนื่องจากนิยมใช้กับอาคารทั่วไปที่ไม่พบปัญหาเรื่องน้ำใต้ดิน หรือ ชั้นดินอ่อนมาก การทำเสาเข็มเจาะมีขั้นตอนค่อนข้างยุ่งยากกว่าเสาเข็มตอก โดยขั้นตอนแรกก็คือ การหาตำแหน่งของเสาเข็มให้ตรงตามแบบที่ระบุเช่นเดียวกันกับเสาเข็มตอก แต่แทนที่จะตอกแท่งคอนกรีตยาวๆลงไปในดิน กลับต้องเป็นการตอกปลอกเหล็กลงไปทีละท่อน (ท่อนหนึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลางภายในตามแบบ และยาวประมาณ 1.4 เมตร) ตักเก็บดินภายในปลอกออก แล้วจึงต่อปลอก กดปลอกต่อไปให้จมลึกลงไป เก็บดินตามลงไป ทำเช่นนี้จนถึงระดับความลึกที่กำหนดไว้ในแบบ หลังจากนั้นจึงหย่อนเหล็กเสริมที่ผูกเป็นกรงเรียบร้อยลงไป เทคอนกรีตลงไปในหลุมเจาะ พร้อมกับค่อยๆทยอยถอนปลอกเหล็กขึ้นทีละปลอก จนกระทั่งเทคอนกรีตแล้วเสร็จ อ่านแล้วรู้สึกถึงความยุ่งยากไหมครับ อย่างที่บอกกล่าวถึงขั้นตอนการทำ จะเห็นว่าการทำเสาเข็มเจาะให้ได้คุณภาพที่ดีจะต้องมีการควบคุม ตรวจสอบกันทุกขั้นตอน ทั้งการตรวจวัสดุก่อสร้าง เช่น ขนาดและเกรดของเหล็กเสริม กำลังอัดของคอนกรีตที่สั่งมาเทลงในหลุมเจาะ รวมถึงสภาพดินก้นหลุมเจาะต้องอยู่ในสภาพแน่น ไม่มีเศษดินหลงเหลือ (เนื่องจากเข็มเจาะที่ใช้ในชลบุรีและใกล้เคียงมักจะรับแรงส่วนใหญ่ด้วยกำลังแบกทานของดินก้นหลุม)...

FireExit

การเอาตัวรอดจากเพลิงไหม้ในสถานบันเทิง (ก.พ. 53)

เหตุการณ์ที่ซานติก้าเมื่อคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 51-52 ได้ผ่านไปอีกปี โชคดีที่ปีใหม่ที่ผ่านมานี้ไม่มีประวัติศาสตร์ศซ้ำรอยที่ใดอีก แต่ผมเชื่อว่ามันอาจจะเกิดขึ้นอีก ไม่ช้าก็เร็ว คอลัมภ์นี้ เดิมตั้งใจว่าจะเขียนเรื่องนี้ลงเมื่อฉบับต้อนรับปีใหม่ เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์นั้น แต่ว่าเตรียมต้นฉบับไม่ทัน จึงวางไว้ก่อน ครั้นผมได้ผ่านไปแถวสถานบันเทิงยามราตรีในพัทยาก็ยังเห็นผู้คนเที่ยวกันคึกคักกันดี จึงอยากจะเสนอข้อแนะนำเผื่อผู้อ่านที่ชอบเข้าไปเที่ยว หรือ จำต้องเข้าไปด้วยเหตุผลใดก็ตาม มาขั้นรายการแนวทางการตรวจสอบงานก่อสร้างด้วยตนเองไว้สักตอน  เผื่อไว้ใช้มองหาทางหนีทีไล่.. ก่อนจะเริ่มเฮฮากับเพื่อนฝูงในสถานบันเทิง…สักนิด              ก่อนจะผ่านประตูเข้าไป ตั้งสติจดจำเส้นทางที่เราเดินเข้าไปยังจุดที่เรานั่ง สมมติไว้ในใจว่า หากเกิดเพลิงไหม้ ไฟแสงสว่างวูบวาบ วอบแวบ ต่าง ๆ ได้ดับมืดลง ประตูที่เราเคคยเดินเข้ามาจะอยู่ทางทิศใดของตัวเรา 2.             ผมเข้าใจดีว่า นักเที่ยวหลายคนอาจชอบนั่งใกล้เวที เพราะจะเห็นความหล่อ สวย เซ็กซี่ของนักร้อง นักเต้น ได้ชัด ๆ แต่อย่ากระนั้นเลย เพลิงไหม้ที่เคยเกิดขึ้นมักจะมาจากเวทีเสมอ ทางที่ดีควรนั่งใกล้ทางออกน่าจะเผ่นได้เร็วกว่า หรือหาที่เที่ยวที่มีเวทีอยู่ใกล้ทางเข้า – ออกน่าจะประสานประโยชน์ทั้งสองอย่างได้ดีกว่า              หากบังเอิญที่นั่งใกล้ทางเข้า – ออก ก็เต็ม หน้าเวทีก็แน่น แนะนำให้เลือกที่นั่งใกล้ประตูฉุกเฉิน อย่ามัวแต่จะเลือกใกล้โต๊ะหนุ่มหล่อ สาวสวย ซะล่ะ และอย่าลืมตรวจสอบว่าประตูที่ว่านั้น...