12

แนวทางการตรวจงานก่อสร้างด้วยตนเอง : ตอนที่ 8 งานเสาเข็มเจาะ (มี.ค. 53)

ตามที่กล่าวนำไว้เมื่อหลายฉบับก่อนว่า เสาเข็มที่นิยมใช้กันในงานก่อสร้างบ้านหรืออาคารที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก มีด้วยกัน 2 ชนิด คือ เสาเข็มตอกและเสาเข็มเจาะ เสาเข็มตอกเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นในพื้นที่จังหวัดชลบุรีและจังหวัดใกล้เคียง เนื่องจากวิศวกรออกแบบไม่ต้องคอยพะวงกับสภาพของดินภายใต้ฐานราก (ในกรณีที่ไม่มีรายงานการเจาะสำรวจดิน) และคุณภาพในการควบคุมงาน สำหรับเสาเข็มเจาะนั้นได้รับความนิยมบริเวณพื้นที่ก่อสร้างในกรุงเทพฯและเขตปริมณฑล โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณที่มีอาคารอยู่ค่อนข้างหนาแน่น เนื่องจากเสาเข็มเจาะมีการสั่นสะเทือนในการทำงานน้อยกว่าเสาเข็มตอก จึงลดปัญหาที่อาจจะเกิดกับอาคารอื่นข้างเคียงได้มาก และไม่มีปัญหากับสถานที่ก่อสร้างที่อยู่ในซอยแคบ อย่างเสาเข็มตอกที่ลำบากเรื่องการขนส่งครับ

แบบเสาเข็มเจาะ

เสาเข็มเจาะมี 2 ระบบ คือ ระบบแห้งและระบบเปียก ซึ่งผมจะกล่าวถึงเฉพาะการทำเสาเข็มเจาะระบบแห้ง เนื่องจากนิยมใช้กับอาคารทั่วไปที่ไม่พบปัญหาเรื่องน้ำใต้ดิน หรือ ชั้นดินอ่อนมาก การทำเสาเข็มเจาะมีขั้นตอนค่อนข้างยุ่งยากกว่าเสาเข็มตอก โดยขั้นตอนแรกก็คือ การหาตำแหน่งของเสาเข็มให้ตรงตามแบบที่ระบุเช่นเดียวกันกับเสาเข็มตอก แต่แทนที่จะตอกแท่งคอนกรีตยาวๆลงไปในดิน กลับต้องเป็นการตอกปลอกเหล็กลงไปทีละท่อน (ท่อนหนึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลางภายในตามแบบ และยาวประมาณ 1.4 เมตร)

การตอกปลอกเหล็กชั่วคราว

ตักเก็บดินภายในปลอกออก แล้วจึงต่อปลอก กดปลอกต่อไปให้จมลึกลงไป

การขุดดินด้วยกระเช้าเก็บดิน

เก็บดินตามลงไป ทำเช่นนี้จนถึงระดับความลึกที่กำหนดไว้ในแบบ

ใส่เหล็กเสริม

หลังจากนั้นจึงหย่อนเหล็กเสริมที่ผูกเป็นกรงเรียบร้อยลงไป

เทคอนกรีต

เทคอนกรีตลงไปในหลุมเจาะ

การถอนเหล็กปลอก

พร้อมกับค่อยๆทยอยถอนปลอกเหล็กขึ้นทีละปลอก

เสร็จสิ้นการเจาะเสาเข็ม

จนกระทั่งเทคอนกรีตแล้วเสร็จ อ่านแล้วรู้สึกถึงความยุ่งยากไหมครับ

สรุปขั้นตอนการทำเข็มเจาะ

อย่างที่บอกกล่าวถึงขั้นตอนการทำ จะเห็นว่าการทำเสาเข็มเจาะให้ได้คุณภาพที่ดีจะต้องมีการควบคุม ตรวจสอบกันทุกขั้นตอน ทั้งการตรวจวัสดุก่อสร้าง เช่น ขนาดและเกรดของเหล็กเสริม กำลังอัดของคอนกรีตที่สั่งมาเทลงในหลุมเจาะ รวมถึงสภาพดินก้นหลุมเจาะต้องอยู่ในสภาพแน่น ไม่มีเศษดินหลงเหลือ (เนื่องจากเข็มเจาะที่ใช้ในชลบุรีและใกล้เคียงมักจะรับแรงส่วนใหญ่ด้วยกำลังแบกทานของดินก้นหลุม) ซึ่งจะเป็นการดีอย่างยิ่งหากท่านเจ้าของบ้านเลือกใช้ผู้รับเหมาที่มีความชำนาญและมีวิศวกรควบคุมงาน (ให้วิศวกรประจำบริษัทเสาเข็มเจาะเซ็นรับรองการควบคุมงานเสาเข็มเจาะด้วย ก็จะทำให้เขาเคร่งครัดกับงานนี้ยิ่งขึ้นครับ) นอกจากการตรวจระหว่างขั้นตอนแล้ว ยังมีการตรวจเสาเข็มเจาะ ภายหลังการหล่อเสาเข็มแล้วเสร็จอีก นั่นคือ

  1. การตรวจสอบความเอียง  รวมถึงระยะและตำแหน่งที่ถูกต้องของเสาเข็ม หากเยื้องศูนย์หรือผิดตำแหน่ง ท่านต้องปรึกษาวิศวกรออกแบบ หรือวิศวกรโยธาที่ท่านเชื่อถือ เช่นเดียวกับการตอกเสาเข็ม
  2. การตรวจสอบความสมบูรณ์ของเสาเข็ม ได้แก่ หาความลึกจริงของเข็มและตรวจสอบความต่อเนื่องของเนื้อคอนกรีต (ไม่คอดหรือขาดกลาง) โดยใช้คลื่นเสียง (SEISMIC INTRIGRITY TEST) ค่าทดสอบก็ไม่แพงครับ ประมาณ 200 บาท/ต้น หรือถ้าน้อยต้น ผู้ทดสอบอาจคิดในราคาเหมา
  3. การทดสอบหาความสามารถในการรับน้ำหนัก ว่าทำได้ตามค่าปลอดภัยที่ออกแบบไว้หรือไม่ ซึ่งการทดสอบนี้อยู่ในดุลยพินิจของวิศวกร หรือควรที่จะคุยกันให้ดีก่อนการเซ็นสัญญา ส่วนใหญ่จะทำกันในโครงการขนาดใหญ่ ๆ  อันนี้ถือว่า ยาแรงครับ เพราะค่าทดสอบหลักหมื่นถึงหลักแสนทีเดียวครับ

นอกจากความยุ่งยากซับซ้อนในกระบวนการทำและตรวจสอบดังที่กล่าวมาแล้ว เสาเข็มเจาะยังมีราคาสูงกว่าเสาเข็มตอกอยู่มากทีเดียว หากไม่จำเป็นจริงๆแล้ว ควรหลีกเลี่ยงการใช้เสาเข็มเจาะนะครับ

Digital credit : www.tuamarin.com

: www.sinsupanankemjao.com