12

แนวทางการตรวจงานก่อสร้างด้วยตนเอง : ตอนที่ 9 งานโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก (1) (เม.ย. 53)

ฉบับก่อนหน้านี้ ได้กล่าวถึงงานเสาเข็มและฐานรากซึ่งเป็นงานฐานรากของอาคาร แม้จะเป็นส่วนของอาคารที่อยู่ใต้ดิน ไม่สวยงามอย่างเช่นงานทางสถาปัตย์ แต่ก็จัดว่าเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง  สำหรับฉบับนี้ เรามาว่ากันต่อถึงส่วนของโครงสร้างอาคาร ซึ่งส่วนต่อเนื่องจากงานฐานรากมักเป็นโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก (คสล.) อันได้แก่ เสา คาน และพื้น การตรวจงานดังกล่าวจะแบ่งเป็น 3 ส่วนหลักๆ ตามลำดับการทำงานดังนี้ คือ

1)    งานเหล็กเสริม

2)    งานแบบหล่อ

3)    งานคอนกรีต

ก่อนที่จะเทคอนกรีต จะต้องตัด ดัด และผูกเหล็กเสริมเข้าตำแหน่งตามแบบเสียก่อน จึงจะขอกล่าวถึงงานเหล็กเสริมเป็นอันดับแรก

  • วัสดุ

เหล็กเสริมมีด้วยกัน 2 ประเภท หลายเกรดและหลายขนาด คือ เหล็กเส้นกลมกับเหล็กเส้นข้ออ้อย ตามมาตรฐานอุตสาหกรรม(มอก.)

 

SR24

ระบุไว้ว่า เหล็กเส้นกลมจะเป็นเกรด SR24 ส่วนเหล็กข้ออ้อยจะมีอยู่หลายเกรดกว่า ได้แก่ SD30, SD40 และ SD50 ส่วนใหญ่งานบ้านพักอาศัยหรืออาคารขนาดเล็กมักจะใช้เกรด SD30 ขนาดเหล็กเส้นกลมที่นิยมใช้จะเป็นขนาดเล็ก ได้แก่ 6 และ 9 มม. แต่ก็มีขนาด 15, 19, 22 และ 25 มม.ซึ่งไม่ค่อยนิยมใช้ในงานโครงสร้างคอนกรีต ส่วนขนาดเหล็กข้ออ้อยมีตั้งแต่ 10, 12, 16, 20 และ 25 มม. ถ้าขนาดใหญ่กว่านี้จะต้องสั่งผลิตซึ่งมักใช้ในงานที่มีขนาดใหญ่

 

SD50BSI

เคยมีคำถามที่ว่า “เหล็กเต็มกับเหล็กไม่เต็ม เป็นอย่างไร”

TIS

เหล็กเต็ม คือเหล็กที่ได้รับมาตรฐาน มอก. มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางและน้ำหนักเหล็กได้ตามที่มาตรฐานระบุ หรือหากคลาดเคลื่อนก็ในค่าที่ มอก. ยอมรับได้ การสังเกตเบื้องต้นว่าเหล็กนั้นได้มาตรฐานหรือไม่ให้ดูที่ผิวเหล็ก จะมีตัวนูนสัญลักษณ์ มอก. เลขที่มาตรฐาน มอก. เกรด และขนาดของเหล็ก และมีป้ายโลหะที่มีรายละเอียดเช่นเดียวกันกับตัวนูนของผิวเหล็กเสริมผูกลวดติดอยู่กับมัดเหล็กเสริมนั้นๆ

 

reber

ดังนั้น เหล็กไม่เต็ม ก็คือเหล็กที่ไม่ได้มาตรฐานนั่นเอง และไม่ควรนำมาใช้งานเป็นอย่างยิ่งเนื่องจากจะทำให้โครงสร้างไม่แข็งแรงตามที่มีการออกแบบโดยวิศวกรเอาไว้ อันเป็นสาเหตุให้เกิดอาคารวิบัติได้
 สภาพและการจัดเก็บเหล็กเสริม
นอกจากการตรวจตัววัสดุที่นำมาวางที่หน้างานว่าต้องได้รับมาตรฐาน มอก.แล้ว ยังต้องดูสภาพของเหล็กว่าไม่เป็นสนิมขุม จัดเก็บให้พ้นน้ำท่วมขังและสิ่งสกปรก เช่น ดิน น้ำมัน สี หรือเปลวไฟ (ความร้อน)

 

sanim-6

รูปเหล็กเส้นที่เป็นสนิมขุม ไม่ควรนำมาใช้ในการก่อสร้าง

 

  • การตัด ดัด และผูกเหล็กเสริม

ก่อนที่จะนำเหล็กเส้นมาปรับสภาพเป็นเหล็กเสริมคอนกรีตนั้น จะต้องนำเหล็กมาตัดและดัดให้ได้ตามแบบหรือมาตรฐานการเสริมเหล็ก* การตัดและดัดจะต้องใช้วิธีดัดเย็น กล่าวคือ ตัดด้วย คีมหรือกรรไกรตัดเหล็ก หรือ เครื่องตัดเหล็ก  ไม่ใช้ไฟ หรือความร้อน  ตัดหรือเป่าให้ร้อนก่อนดัด

คีมตัดเหล็ก hydraulic_bar_cutter กรรไกรตัดเหล็ก

คีมตัดเหล็ก เครื่องตัดเหล็กกรรไกรตัดเหล็ก

 การตรวจเหล็กเสริมให้ถูกต้องตามแบบ
ผู้ตรวจสอบจะต้องนับจำนวนและดูขนาดเหล็กแกนว่ามีจำนวนตามแบบหรือไม่ ส่วนเหล็กปลอกให้ตรวจดูขนาดและระยะห่างของเหล็กปลอกครับ นอกจากนั้นยังต้องดูว่า ช่่างผูกเหล็กปลอกให้เข้ากับเหล็กแกนด้วยลวดผูกเหล็กให้แน่น เพื่อเหล็กจะได้ไม่เคลื่อนจากตำแหน่งเวลาที่เทคอนกรีต

 

wwwSELECTONcom เหล็กเสริมเสาSELECTON

อีกประการหนึ่งที่มักเข้าใจกันผิดก็คือ
กรณีที่มีการเสริมเหล็กแกนคาน (เหล็กนอน) 2 ชั้น ช่างที่มีประสบการณ์น้อยมักเข้าใจว่าเหล็กนั้นผูกไว้กลางคาน จริงๆแล้วเหล็กชั้นดังกล่าวจะอยู่ห่างจากเหล็กแกนอีกชั้นเพียง 25 มม. หรือไม่เกิน 1.5 เท่าของเส้นผ่านศูนย์กลางของเหล็กแกนนั้นๆ เช่น หากเหล็กแกนขนาด 20 มม. ระยะห่างผิวถึงผิวเหล็กจะเป็น 30 มม. ครับ

 

Untitled-1

หากท่านผู้อ่านมีข้อสงสัย ตอนเดินตรวจงานช่วงแรกๆ ก็ลองชวนเพื่อน ๆ ญาติ ๆ ที่เป็นสถาปนิก หรือวิศวกรโยธามาอธิบายสักครั้ง หลังจากนั้นก็พอจะตรวจงานเองได้แล้วครับ สนุกกับการตรวจงานนะครับ

* ผู้สนใจสามารถอ่านรายละเอียดการดัดและทาบต่อเหล็กเสริมได้จากหนังสือ มาตรฐานงานก่อสร้างอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก
Digital Credit
- WWW.SELECTON.COM
- WWW.OXYPLAST.CO.TH
- WWW.BSBM.CO.TH
- WWW.HOMEMART.MYMARKET.IN.TH
- WWW.HAARAI.COM
- WWW.SEEYONG.COM
- WWW.OKNATION.NET
- WWW.SSS.IN.TH