12

นวัตกรรมอาคารใจดี คืนรอยยิ้มให้สังคม (พ.ค. 54)

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ ขอเรียนเชิญสื่อมวลชนทุกท่าน เข้าร่วมงานแถลงข่าวและสัมมนาเชิงปฏิบัติการ หัวข้อ การออกแบบเพื่อคนทั้งมวล เป็นประโยชน์ต่อคนทั้งประเทศ” (Universal Design) ในวันพุธที่ 9 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา 12.30-16.00 น. ณ. ASA CLUB อิมแพ็ค เมืองทองธานี ในงานสถาปนิก 54 โดยได้รับเกียรติจาก นายอิสสระ สมชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานพิธีเปิดงาน โดยมี นายทวีจิตร จันทรสาขา นายกสมาคมสถาปนิกสยามในประบรมราชูปถัมภ์, ทพ.กฤษฎา เรืองอารีรัชต์ ผู้จัดการสำนักกองทุนสนับสนุนการเสริมสร้างสุขภาพ (สสส.), นพ.พงษ์พิสุทธิ์ จงอุดมสุข ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) เข้าร่วมงานแถลงข่าวในครั้งนี้

สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ เตรียมจัดแสดงต้นแบบอาคารใจดี พร้อมนิทรรศการ UNIVERSAL DESIGN ในงานสถาปนิก ’54 ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด เล็กๆ …เปลี่ยนโลก : Bottom Up ในวันที่ 8-13 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา 11.00-21.00 น. ณ อาคารชาเลนเจอร์ ศูนย์การแสดงสินค้าอิมแพ็ค เมืองทองธานี

อาคารใจดี เกิดขึ้นจากแนวคิด เพื่ออำนวยความสะดวกให้คนพิการและผู้สูงอายุ สามารถดำเนินชีวิตได้เฉกเช่นคนปกติ ซึ่งเป็นสิทธิความเท่าเทียมกันที่ประชาชนทุกคนพึ่งได้รับ ไม่เว้นกระทั่งผู้พิการและผู้สูงอายุ จากข้อมูลสถิติผู้พิการ ที่รวบรวมจากฐานข้อมูลทะเบียนกลางคนพิการ สำนักงานส่งเสริมและคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ ระบุว่า ผู้พิการทั่วประเทศมีจำนวน 1,136,817 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2553) และจากข้อมูลการคาดประมาณประชากรของประเทศไทย ปีพ.ศ. 2553-2563 กองวางแผนทรัพยากรมนุษย์ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ระบุว่า สถิติผู้สูงอายุทั่วประเทศ มีจำนวน 7,639,000 คน (ข้อมูลคาดการณ์ปี 2553)

นายทวีจิตร จันทรสาขา นายกสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า ในช่วงที่ประเทศไทยเกิดวิกฤตการณ์น้ำท่วม เราได้พบเห็นผู้สูงอายุ ผู้พิการ ที่ติดอยู่ในบ้านไม่สามารถเดินทางไปไหนได้สะดวกเหมือนคนอื่น เรื่องนี้เป็นภาพสะเทือนใจที่สะท้อนถึงความไม่พร้อม ในการเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกที่หน่วยงาน, อาคารต่างๆ และบริการสาธารณะของคนกลุ่มนี้

“ปัจจุบันจำนวนผู้พิการและผู้สูงอายุมีจำนวนมากขึ้น แต่สิ่งอำนวยความสะดวก แม้กระทั่งบาทวิถีที่ทุกคนควรมีโอกาสเข้าถึงและใช้ได้อย่างเสมอภาพ กลับไม่เอื้อประโยชน์ต่อการใช้งานของคนกลุ่มนี้ พวกเราสถาปนิกซึ่งเป็นคนกลุ่มเล็กๆ ในสังคมที่ทำงานด้านออกแบบ ควรมีจิตสำนึกที่จะปรับเปลี่ยนโลกใบใหญ่ให้ทุกคนได้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ตลอดจนเป็นการให้ความรู้คืนสู่สังคมในการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกให้เป็นมิตรกับผู้พิการ และผู้สูงอายุ” นายกสมาคมสถาปนิกสยามฯ กล่าว

ทั้งนี้ หลักในการออกแบบเพื่อเป็นมิตรกับผู้พิการ ผู้สูงอายุ นั้นได้แก่ ความปลอดภัยทางกายภาพ เช่น แสงสว่างเพียงพอบริเวณบันไดหรือทางเข้า,ราวจับในห้องน้ำ,พื้นผิวกระเบื้องที่ไม่ลื่นจนเกินไป,อุปกรณ์เปิดปิดน้ำ ลูกบิดบานประตูที่ไม่ต้องออกแรงมาก,มีสัญญาฉุกเฉินบริเวณหัวเตียง ห้องน้ำ หรือจุดต่างๆ ในบ้าน เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถกดเรียกขอความช่วยเหลือได้ นอกจากนี้ ควรมีการออกแบบเพื่อสร้างแรงกระตุ้นให้ผู้สูงอายุ เช่น เลือกใช้สีทาบ้านที่เหมาะสม ทำให้การใช้ชีวิตรู้สึกกระชุ่มกระชวย ไม่ซึมเศร้า บ้านพักอาศัยของผู้สูงอายุ และผู้พิการ ควรเป็นบ้านชั้นเดียว มีห้องนอนอยู่ชั้นล่างของบ้าน ทางเข้าบ้านควรมีระดับเดียวกับพื้นภายนอก ไม่ควรมีธรณีประตู สำหรับประตูควรใช้มือจับแบบก้านโยก มีระบบตัดไฟช็อตและไฟฉุกเฉิน

สำหรับห้องน้ำประตูควรกว้างประมาณ 1.5-2 เมตร เมื่อเปิดประตู ระดับพื้นภายในและภายนอกควรเท่ากัน พื้นผิวห้องน้ำไม่ควรลื่น ก๊อกน้ำควรเป็นแบบก้านโยนเพราะเมื่ออายุมากขึ้น ข้อมืออาจไม่แข็งแรงพอจะเปิดปิดก๊อกน้ำได้ ฝักบัวควรเป็นชนิดแรงดันต่ำ และควรติดตั้งสัญญาณฉุกเฉิน นอกจากนี้ ควรให้ความสำคัญกับพื้นที่ต่างระดับ เช่น ใช้สีตัดกัน และพื้นผิวที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้สูงอายุสังเกตเห็น

ในงานสถาปนิก’ 54 จะมีนิทรรศการเพื่อการเรียนรู้จากปฏิบัติการจริงในพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการ เพื่อให้ผู้เข้าชมได้เข้าไปอยู่ในสถานการณ์จริงบน WHEEL CHAIR เพราะการศึกษาจากคู่มือการออกแบบอย่างเดียวไม่เพียงพอ ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลต่างๆ ของโครงการและการจัดงานได้ที่ www.architectexpo.netในวันงานสถาปนิก’54 ทางสมาคมได้เตรียมคู่มืออาคารใจดีไว้แจกให้ผู้สนใจ เพื่อนำไปปรับปรุงอาคารบ้านเรือนให้ผู้สูงอายุ เด็ก และคนพิการอีกด้วย

สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ เตรียมจัดแสดงต้นแบบอาคารใจดี พร้อมนิทรรศการ UNIVERSAL DESIGN ในงานสถาปนิก ’54 ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด เล็กๆ …เปลี่ยนโลก : Bottom Up ในวันที่ 8-13 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา 11.00-21.00 น. ณ อาคารชาเลนเจอร์ ศูนย์การแสดงสินค้าอิมแพ็ค เมืองทองธานี

อาคารใจดี เกิดขึ้นจากแนวคิดเพื่ออำนวยความสะดวกให้คนพิการและผู้สูงอายุ สามารถดำเนินชีวิตได้เฉกเช่นคนปกติ ซึ่งเป็นสิทธิความเท่าเทียมกันที่ประชาชนทุกคนพึ่งได้รับ ไม่เว้นกระทั่งผู้พิการและผู้สูงอายุ

จากข้อมูลสถิติผู้พิการที่รวบรวมจากฐานข้อมูลทะเบียนกลางคนพิการ สำนักงานส่งเสริมและคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ ระบุว่า ผู้พิการทั่วประเทศมีจำนวน 1,136,817 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2553) และจากข้อมูลการคาดประมาณประชากรของประเทศไทย ปีพ.ศ. 2553-2563 กองวางแผนทรัพยากรมนุษย์ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ระบุว่า สถิติผู้สูงอายุทั่วประเทศ มีจำนวน 7,639,000 คน (ข้อมูลคาดการณ์ปี 2553)

ตัวเลขดังกล่าว สวนกระแสกับสิ่งอำนวยสะดวกต่างๆ ที่หน่วยงานและอาคารต่างๆ ควรจัดไว้ให้กับคนกลุ่มนี้ ทั้งนี้กระทรวงมหาดไทยได้ออกกฎกระทรวง กำหนดสิ่งอำนวยความสะดวกในอาคารสำหรับผู้พิการและทุพพลภาพและคนชรา พ.ศ. 2548 โดยเริ่มใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม 2548 เป็นต้นไป

เพื่อกำหนดให้อาคารประเภท โรงพยาบาล สถานพยาบาล ศูนย์บริการสาธารณสุข สถานีอนามัย อาคารที่ทำการของราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การของรัฐที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย สถานศึกษา หอสมุดและพิพิธภัณฑสถานของรัฐ สถานีขนส่งมวลชน เช่น ท่าอากาศยาน สถานีรถไฟ สถานีรถ ท่าเทียบเรือ มีพื้นที่ส่วนที่เปิดให้บริการแก่บุคคลทั่วไปเกิน 30 ตารางเมตร

และสำนักงาน โรงมหรสพ โรงแรม หอประชุม สนามกีฬา ห้างสรรพสินค้าประเภทต่างๆ มีพื้นที่ส่วนที่เปิดให้บริการแก่บุคคลทั่วไปเกิน 2,000 ตารางเมตร จะต้องจัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการหรือทุพพลภาพ และคนชรา ตามรายละเอียดดังกล่าว

จากปัญหาดังกล่าว สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ จึงมีแนวคิดในการดำเนินโครงการอาคารใจ เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสเฉลิมพระเกียรติครบรอบ 84 พรรษา โดยโครงการดังกล่าวจะนำเสนอแนวคิดการก่อสร้างและปรับปรุงอาคารที่เป็นมิตรกับผู้พิการ ผู้สูงอายุ และเด็ก เพื่อให้ได้รับความสะดวกสบายในการใช้อาคารบ้านเรือน

ทวีจิตร จันทรสาขา นายกสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ บอกว่า ในช่วงที่ประเทศไทยเกิดวิกฤตการณ์น้ำท่วม เราได้พบเห็นผู้สูงอายุ ผู้พิการ ที่ติดอยู่ในบ้านไม่สามารถเดินทางไปไหนได้สะดวกเหมือนคนอื่น เรื่องนี้เป็นภาพสะเทือนใจที่สะท้อนถึงความไม่พร้อมในการเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการสาธารณะของคนกลุ่มนี้

“ปัจจุบันจำนวนผู้พิการและผู้สูงอายุมีจำนวนมากขึ้น แต่สิ่งอำนวยความสะดวก แม้กระทั่งบาทวิถีที่ทุกคนควรมีโอกาสเข้าถึงและใช้ได้อย่างเสมอภาพ กลับไม่เอื้อประโยชน์ต่อการใช้งานของคนกลุ่มนี้ พวกเราสถาปนิกซึ่งเป็นคนกลุ่มเล็กๆ ในสังคมที่ทำงานด้านออกแบบ ควรมีจิตสำนึกที่จะปรับเปลี่ยนโลกใบใหญ่ให้ทุกคนได้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ตลอดจนเป็นการให้ความรู้คืนสู่สังคมในการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกให้เป็นมิตรกับผู้พิการ และผู้สูงอายุ”

ทั้งนี้ หลักในการออกแบบเพื่อเป็นมิตรกับผู้พิการ ผู้สูงอายุ นั้นได้แก่ ความปลอดภัยทางกายภาพ เช่น แสงสว่างเพียงพอบริเวณบันไดหรือทางเข้า,ราวจับในห้องน้ำ,พื้นผิวกระเบื้องที่ไม่ลื่นจนเกินไป,อุปกรณ์เปิดปิดน้ำ ลูกบิดบานประตูที่ไม่ต้องออกแรงมาก ,มีสัญญาฉุกเฉินบริเวณหัวเตียง ห้องน้ำ หรือจุดต่างๆ ในบ้านเพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถกดเรียกขอความช่วยเหลือได้ นอกจากนี้ควรมีการออกแบบเพื่อสร้างแรงกระตุ้นให้ผู้สูงอายุ เช่น เลือกใช้สีทาบ้านที่เหมาะสม ทำให้การใช้ชีวิตรู้สึกกระชุ่มกระชวย ไม่ซึมเศร้า

บ้านพักอาศัยของผู้สูงอายุ และผู้พิการ ควรเป็นบ้านชั้นเดียว มีห้องนอนอยู่ชั้นล่างของบ้าน ทางเข้าบ้านควรมีระดับเดียวกับพื้นภายนอก ไม่ควรมีธรณีประตู สำหรับประตูควรใช้มือจับแบบก้านโยก มีระบบตัดไฟช็อตและไฟฉุกเฉิน

สำหรับห้องน้ำประตูควรกว้างประมาณ 1.5-2 เมตร เมื่อเปิดประตู ระดับพื้นภายในและภายนอกควรเท่ากัน พื้นผิวห้องน้ำไม่ควรลื่น ก๊อกน้ำควรเป็นแบบก้านโยนเพราะเมื่ออายุมากขึ้น ข้อมืออาจไม่แข็งแรงพอจะเปิดปิดก๊อกน้ำได้ ฝักบัวควรเป็นชนิดแรงดันต่ำ และควรติดตั้งสัญญาณฉุกเฉิน นอกจากนี้ควรให้ความสำคัญกับพื้นที่ต่างระดับ เช่น ใช้สีตัดกัน และพื้นผิวที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้สูงอายุสังเกตเห็น

ในงานสถาปนิก’ 54 จะมีนิทรรศการเพื่อการเรียนรู้จากปฏิบัติการจริงในพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการ เพื่อให้ผู้เข้าชมได้เข้าไปอยู่ในสถานการณ์จริงบน WHEEL CHAIR เพราะการศึกษาจากคู่มือการออกแบบอย่างเดียวไม่เพียงพอ

ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลต่างๆ ของโครงการและการจัดงานได้ที่ www.architectexpo.net ในวันงานสถาปนิก’54 ทางสมาคมได้เตรียมคู่มืออาคารใจดีไว้แจกให้ผู้สนใจ เพื่อนำไปปรับปรุงอาคารบ้านเรือนให้ผู้สูงอายุ เด็ก และคนพิการ

บ้านใจดีออกแบบเพื่อคนทั้งมวล

 

“ตั้งแต่ปี 2552 ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างสมบูรณ์ มีผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป มากกว่า 10% ของประชากรทั้งหมด นอกจากนี้ยังมีผู้พิการอีกกว่า 2 ล้านคนจากผลการสำรวจสุขภาพประชาชนไทย ในปี 2552 พบว่าสถานที่เสี่ยงที่พึงระวังของผู้สูงอายุ คือ สถานที่ทำงาน กับบริเวณนอกบ้านซึ่งผู้สูงอายุระหว่าง 60-69 ปี ร้อยละ 60 มักหกล้มหรือประสบอุบัติเหตุและในกลุ่มผู้สูงอายุ 80 ปีขึ้นไป มักจะประสบอุบัติเหตุ ภายในบริเวณบ้านทำให้เกิดอาการกระดูกหักและภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายอื่น” ทพ.กฤษดาเรืองอารีย์รัชต์ ผู้จัดการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)บอกถึงสถานการณ์ของผู้สูงอายุซึ่งเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ทุกคนต้องเดินทางไปพบเจอในวันหนึ่ง

จากปัญหาดังกล่าวสสส. จึงได้ร่วมลงนามความร่วมมือระหว่างสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ กรุงเทพมหานคร  สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มส.ผส.)สถาบันสร้างเสริมสุขภาพเพื่อคนพิการ (สสพ.) และกระทรวงมหาดไทยส่งเสริมให้สังคมริเริ่มโครงการ ออกแบบเพื่อคนทั้งมวล  หรือ Universal Design  สนับสนุนให้มีการออกแบบอาคารที่พักอาศัย และสิ่งอำนวยความสะดวกสาธารณะที่เอื้อต่อคนทุกวัย ทุกลักษณะที่อาจจะมีความแตกต่างกันทางร่างกายไม่ว่าจะเป็นผู้พิการ ผู้สูงอายุ เด็กเล็กหญิงมีครรภ์ ให้สามารถพึ่งพาตัวเองได้ โดยมีต้นแบบ “บ้านใจดี” ซึ่งกำลังจัดแสดงในงานสถาปนิก 54

สำหรับสาระสำคัญของบ้านใจดี  เริ่มต้นตั้งแต่ทางเข้าบ้าน ควรออกแบบบ้านให้มีทางลาดชัน มีความกว้างไม่น้อยกว่า 90 ซม. และความลาดชันไม่น้อยกว่า 1:12 มีการแยกสีให้แตกต่างกับผนังกันตกและควรหลีกเลี่ยงการใช้พรม เพราะเป็นอุปสรรคต่อรถเข็นประตูควรมีช่องเปิดสุทธิกว้างไม่น้อยกว่า 90 ซม. มีพื้นที่ว่างตอนหน้าและหลังเพื่อให้เพียงพอสำหรับการสัญจรของรถเข็น ในกรณีที่ประตูเป็นแบบบานเปิดผลักเข้าออกที่เปิด-ปิดประตูควรเป็นแบบก้านโยก ประตูที่ดีสำหรับคนทุกกลุ่ม ควรเป็นบานเลื่อน

เคาน์เตอร์ต่าง ๆ ในห้องครัวต้องมีความสูงและความลึกที่เหมาะสมเอื้อให้ทุกคนสามารถทำอาหารร่วมกันได้ เคาน์เตอร์ที่ดีต้องสูง 75 ซม.เพื่อให้พอดีกับระดับรถเข็น มีที่ว่างตอนล่างสุทธิ 60 ซม. และมีความลึกไม่น้อยกว่า 40 ซม. สำหรับห้องอาหารควรมีพื้นที่กว้างและตอนล่างของโต๊ะอาหารต้องมีความโล่งให้ผู้สูงอายุที่นั่งรถเข็นสามารถร่วมรับประทานอาหารกับสมาชิกในครอบครัวได้  รวมทั้งห้องนั่งเล่นต้องคำนึงถึงความสูงของที่นั่ง ตู้ ชั้นวางของต่าง ๆควรจัดให้ทุกคนสามารถเข้าถึง เน้นให้มีแสงสว่างและอากาศถ่ายเท

ส่วนห้องนอนการติดตั้งปลั๊กไฟและสวิตช์ ควรมีความสูง 90 ซม.มีสัญญาณฉุกเฉินเพื่อขอความช่วยเหลือใกล้หัวเตียงและไฟใต้เตียงสำหรับเปิดตอนกลางคืนเพื่อนำทางสู่ห้องน้ำ  เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆอย่างตู้เสื้อผ้าควรมีความสูงของราวและความลึกของตู้ที่ทุกคนใช้ได้อย่างสะดวกโต๊ะเครื่องแป้งต้องมีที่โล่งตอนล่างสูง 60 ซม.เพื่อให้ผู้สูงอายุที่นั่งรถเข็นใช้งานได้สะดวก

ห้องน้ำเป็นจุดสำคัญของบ้านเพราะมีผู้สูงอายุจำนวนมากประสบอุบัติเหตุในห้องน้ำอยู่ประจำ เริ่มต้นประตูห้องน้ำควรเป็นบานเลื่อน เลี่ยงทำธรณีประตู เลือกวัสดุที่ไม่ลื่นและมีพื้นที่เพียงพอให้รถเข็นหมุนได้ ระยะที่เหมาะสมคือเส้นผ่านศูนย์กลาง 150 ซม.เอื้อให้รถเข็นหมุนกลับได้  มีราวจับบริเวณโถส้วม ที่อาบน้ำหรืออ่างอาบน้ำติดตั้งสูงจากพื้น 70-80 ซม. อ่างล้างมือควรสูงจากพื้นที่ถึงขอบอ่าง 75-80 ซม.เป็นอ่างล้างมือแบบแขวนหรือแบบเคาน์เตอร์โปร่ง เพื่อให้รถเข็นสอดเข้าไปได้ก๊อกน้ำควรเป็นคันโยก มีสัญญาณฉุกเฉินเพื่อขอความช่วยเหลือบริเวณโถส้วมปุ่มกดควรมีสีแดง

บริเวณบ้านควรจัดให้มีพื้นที่สำหรับวางกระถางต้นไม้เพื่อให้ผู้สูงอายุหรือผู้พิการมีกิจกรรมคลายเหงาและเป็นการสร้างบรรยากาศที่สดชื่นให้กับบ้านเลือกสีโทนร้อนเพื่อสร้างบรรยากาศที่ดีและหลีกเลี่ยงสีโทนเย็น เช่นสีฟ้า สีม่วงสีเทา สีเขียว เพราะไม่เหมาะกับคนสูงอายุที่มีปัญหาสายตาพร่ามัว

ทพ.กฤษดา กล่าวอีกว่า แนวคิดการออกแบบเพื่อคนทั้งมวลจะสอดรับกับตัวเลขของผู้สูงอายุที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคตจุดประกายให้ผู้คนหันมาออกแบบบ้านหรืออาคารครั้งเดียวใช้คุ้มค่าในปัจจุบันมีอาคารหลายที่ยังไม่เอื้อเช่น อาคารราชการ เอกชนจำเป็นต้องแสวงหาความร่วมมือจากหลายฝ่าย ซึ่งกลุ่มสถาปนิกเป็นผู้มีบทบาทสำคัญต้องผลักดันให้สถาปนิกรุ่นใหม่มีแนวคิดออกแบบให้คำนึงถึงคนทุกกลุ่มล่าสุดภายใต้ความร่วมมือได้ดำเนินการอบรมสถาปนิกอาสาสามารถเข้าไปออกแบบให้อาคารบ้านเรือนได้แล้วในระยะ 1-2 ปีจะมี “บ้านใจดี” และ “อาคารใจดี” 100,000 แห่งทั่วประเทศทั้งนี้จากการสนับสนุนงบประมาณของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ที่จัดสรรเงินให้กับผู้พิการรายละ 20,000 บาทไปปรับปรุงที่อยู่อาศัย

ด้าน นายทวีจิตร จันทรสาขา นายกสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์กล่าวว่าในความร่วมมือสมาคมได้จัดทำคู่มือการ ออกแบบเพื่อคนทั้งมวล หรือ Universal Design แจกจ่ายไปตามหน่วยงานและผู้สนใจ

“บ้านแบบนี้ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มสูงขึ้นเพียงแต่การเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ให้เหมาะตามคำแนะนำของสถาปนิก” นายกสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ระบุ

สำหรับผู้สนใจแบบบ้านตัวอย่าง Universal Design  ไปชมได้ในงานสถาปนิก 54 (ระหว่างวันที่ 8-13 ก.พ.ที่เมืองทองธานี) หรือปรึกษากับสถาปนิกอาสาได้ที่โทร.0-2951-0830.

 

ทางสำหรับคนพิการ สังคมไทยพร้อมแค่ไหน

ความพิการ อาจบั่นทอนบางสิ่งบางอย่างในร่างกายของเราไป แต่ความพิการไม่อาจลิดรอนสิทธิเสรีภาพในการใช้ชีวิตที่เราเคยมี
ความ พิการเกิดขึ้นกับคนเราได้หลายสาเหตุ ทั้งพิการมาตั้งแต่กำเนิด พิการเพราะความแก่ชราพิการด้วยโรคภัยไข้เจ็บ และพิการเนื่องจากได้รับอุบัติเหตุซึ่งแน่นอนว่าการยอมรับในความพิการของตัวเองไม่ใช่เรื่องง่ายโดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่ไม่ได้พิการมาตั้งแต่กำเนิดเพราะการจะทำใจยอมรับพร้อมกับปรับตัวให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติในขณะที่สภาวะร่างกายมีบางอย่างที่สูญเสียไปไม่ใช่เรื่องง่ายกำลังใจจากทั้งของตัวเองและคนรอบข้างคือแรงกระตุ้นสำคัญที่จะทำให้ผู้พิการกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปกติอีกครั้ง
เมื่อผู้พิการมีกำลังใจพร้อมที่จะกลับมาใช้ชีวิตในสังคมทีนี้ก็เป็นหน้าที่ของสังคมว่ามีความพร้อมเพื่อผู้พิการแล้วหรือยัง?

เมื่อสังคมไม่พร้อม คนพิการก็ไม่กล้าฝัน
ประสิทธิภาพในการดำเนินชีวิตเช่นคนปกติอาจถูกลดทอนลงไปเพราะความพิการแต่ผู้พิการก็ยังต้องใช้ชีวิตประจำวันไม่ต่างจากคนปกติทั่วๆ ไปคนพิการยังคงต้องทำงาน ต้องตื่นแต่เช้าไปเจอรถติด ต้องไปซื้อของที่ตลาด ไปกินข้าวไปเที่ยวกับเพื่อนกับครอบครัว หรือแม้แต่ไปดูหนัง ฟังเพลงซึ่งกิจกรรมที่ว่ามาอาจเป็นเรื่องปกติธรรมดาของคนทั่วไปเพราะจะไปไหนมาไหนก็มีทางให้เลือกมากมาย สะดวกบ้างไม่สะดวกก็ว่ากันไปแต่สำหรับคนพิการ การจะเดินทางไปไหนที มองหาตัวเลือกยากจริงๆยิ่งเป็นผู้พิการที่ใช้เก้าอี้รถเข็นหรือรถวีลแชร์ยิ่งมีปัญหาเวลาเดินทางเพราะระบบขนส่งมวลชนบ้านเราไม่เอื้อต่อผู้พิการ

ความ จริงในบ้านเรามีข้อกำหนดหลายข้อที่มีเนื้อหาพูดถึงการดูแลและให้ความสำคัญกับผู้พิการ ไม่ว่าจะเป็นพรบ.ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ 2550, พรบ.ฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ พ.ศ. 2534 และกฎกระทรวงเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกในอาคารสำหรับผู้พิการหรือทุพพลภาพและ คนชราพ.ศ. 2548 ใจความสำคัญของข้อกำหนดเหล่านี้ต้องการบอกให้ทราบว่าคนพิการมีสิทธิในการเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกจากสาธารณประโยชน์ต่างๆ ที่ทางภาครัฐมีหน้าที่จัดหามาให้เช่นเดียวกันกับที่คนปกติได้รับ แต่เมื่อมองกลับมาในความเป็นจริงจะเห็นว่าผู้พิการยังคงถูกจำกัดสิทธิในหลายด้าน โดยเฉพาะเรื่องพื้นฐานอย่างเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกในการเดินทาง ทั้งในส่วนของทางเท้า และระบบขนส่งมวลชนซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญในการช่วยให้ผู้พิการสามารถออกมาใช้ชีวิตได้อย่างเป็นปกติและอิสระ

Universal Design – การออกแบบที่เป็นประโยชน์กับทุกคนในสังคม
Universal Design ไม่ ได้เป็นแค่คำภาษาอังกฤษเท่ๆ แต่ว่าเป็นคำที่มีความหมายใช้ในการอธิบายแนวคิดการออกแบบทั้งทางด้านสิ่งแวดล้อม สถานที่และสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ เพื่อให้ทุกคนในสังคมใช้ประโยชน์ได้อย่างเท่าเทียมกันโดยไม่ให้ความแตกต่างของแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเพศ อายุและรวมถึงความทุพพลภาพทางร่างกายมาเป็นข้อจำกัดในการเข้าถึงและใช้งานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

Universal Designจึงเป็นหลักการการออกแบบที่เอื้อต่อผู้พิการ ผู้สูงอายุ และยังรวมไปถึงกลุ่มผู้ป่วยเด็ก และผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ เพราะ Universal Design เป็นการออกแบบอาคารสถานที่ที่เน้น ให้ทุกอย่างสามารถใช้สอยได้โดยคนทุกกลุ่ม ใช้ง่ายมีความเสมอภาค ปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ ปลอดภัย พร้อมทั้งทุ่นแรงขณะใช้งานไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ทางเดิน ประตูทางเข้า บันได้ขึ้นลง รวมไปถึงห้องน้ำ

สิ่งที่ควรมีไว้ให้ผู้พิการ
ป้าย – เป็นเครื่องมือพื้นฐานที่ช่วยให้ให้ผู้พิการไปไหนมาไหนหรือทำอะไรได้ด้วยตัว เองซึ่งจะต้องตั้งให้อยู่ในจุดที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจน

ทางลาด – มีประโยชน์และสำคัญอย่างมากสำหรับทั้งผู้ที่ใช้วีลแชร์ ซึ่งเพื่อความปลอดภัย ควรมีความลาดอยู่ที่ 30 องศา (*กฎกระทรวงกำหนดไว้ไม่เกิน 45 องศา)

ที่จอดรถ – ควรมีสัญลักษณ์แสดงให้ชัดเจนว่าเป็นที่จอดรถสำหรับคนพิการและมีความกว้างพอสมควร

ห้องน้ำ – พื้นภายนอกกับพื้นในห้องน้ำต้องมีระดับเท่ากันหรือต่างระดับก็ต้องเป็นทางลาด ที่สำคัญประตูต้องเป็นบานเลื่อนความกว้างต้องไม่น้อยกว่า 1.50 เมตร และต้องติดปุ่มสัญญาณฉุกเฉินไว้ด้วย

ประตู – ควรเป็นแบบเลื่อนเพราะใช้แรงน้อยกว่าประตูที่เป็นแบบผลักยิ่งที่เป็นระบบเซ็นเซอร์เปิด-ปิดอัตโนมัติก็จะยิ่งดีมากความกว้างของประตูควรไม่น้อยกว่า 1.50 เมตร

พื้นผิวต่างระดับ – มีประโยชน์สำหรับผู้พิการทางการมองเห็นซึ่งควรให้มีพื้นผิวต่างสัมผัสไว้ตาม ทางขึ้น-ลงบันไดและทางลาด ด้านหน้า-หลังประตูและที่หน้าประตูห้องน้ำ

ปัจจุบันสถานที่ต่างๆพร้อมแค่ไหนสำหรับคนพิการ
สถานที่ราชการ
ถ้า เป็นเมื่อก่อนสถานที่ราชการมักจะถูกสร้างเป็นอาคารสูงๆ เพราะอาจจะต้องการให้ดูโดดเด่นเป็นสง่าซึ่งแน่นอนไม่มีทางลาดให้ใช้ แต่สมัยนี้สถานที่ราชการหลายๆ ที่ก็เริ่มมีการปรับปรุงและออกแบบให้เอื้อกับคนพิการมากขึ้นซึ่งคนพิการก็ต้องการติดต่อเรื่องทางราชการไม่ต่างจากคนปกติ

สถานศึกษา
ถ้าหากภาครัฐหรือคนที่มีอำนาจในการปรับปรุงสถานที่เพื่อคนพิการอยากจะลงมือปรับปรุงสถานที่สักแห่ง เราขอแนะนำให้เริ่มที่สถานศึกษาสถานศึกษาในที่นี้หมายถึงสถานศึกษาทั่วๆ ไป ไม่ใช่ที่มีไว้ให้เฉพาะคนพิการเพราะถ้ามีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการในสถานศึกษาทั่วไปนอกจากคนพิการจะได้มีโอกาสทางการศึกษาแล้วพวกยังได้มีสิทธิได้ใช้ชีวิตในสังคมร่วมกับคนปกติ

วัด
กิจกรรมทางศาสนาส่วนใหญ่มักจะจัดกันในโบสถ์หรือไม่ก็บนศาลาวัดซึ่งล้วนแล้วแต่ออกแบบให้เป็นอาคารสูงซึ่งแน่นอนว่าเป็นอุปสรรคอย่างยิ่งสำหรับผู้พิการที่อยากเข้าไปร่วมฟังเทศน์ ฟังธรรมหากไม่ขอแรงให้คนอื่นช่วยพาขึ้นไป ก็ต้องยอมนั่งฟังเทศน์อยู่ข้างล่างแถมบางครั้งผู้พิการยังถูกมองว่าความพิการเป็นเรื่องของบุญบาปผู้พิการเลยมักถูกดูแคลนเวลาที่อยู่ในวัดซึ่งความจริงการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เพื่อคนพิการในวัดนอกผู้พิการจะได้ใช้แล้ว บรรดาคนเฒ่าคนแก่ก็ได้ใช้ประโยชน์ตรงนี้ด้วย

ตลาด
บริเวณ พื้นตามตลาดสดส่วนมากจะค่อนข้างเฉอะแฉะซึ่งเป็นอุปสรรคมากๆ สำหรับผู้พิการที่ใช้วีลแชร์แถมในตลาดจะมีร่องน้ำอยู่ตามทางเดิน ถ้าหากรถวีลแชร์พลาดตกลงไปก็อาจเกิดอันตรายเรื่องความกว้างก็เป็นอีกปัญหาสำคัญที่สร้างความลำบากให้ผู้ที่ใช้วีลแชร์เพราะตามตลาดส่วนมากผู้คนจะพลุกพล่าน ยิ่งตลาดดังๆถึงขนาดต้องเดินเบียดเสียดกันเลยทีเดียวซึ่งถ้าเป็นแบบนี้ผู้พิการที่ใช้วีลแชร์ก็แทบจะหมดสิทธิ

ธนาคาร
ธนาคาร ส่วนใหญ่มักสร้างให้ดูยิ่งใหญ่อลังการและชอบสร้างให้เป็นอาคารแบบยกสูง โดยทำชั้นล่างเป็นที่จอดรถซึ่งก็ต้องเดินขึ้นบันไดหลายขั้นกว่าจะถึงตัวธนาคารแล้วแบบนี้ผู้พิการที่ใช้วีลแชร์จะมีโอกาสใช้ได้ยังไงแม้ธนาคารส่วนใหญ่จะได้คำชมเรื่องการบริการพนักงานส่วนมากยินดีมาช่วยพาผู้พิการขึ้นไปแต่ผู้พิการก็อยากที่จะทำอะไรได้ด้วยตัวเองซึ่งเดี๋ยวนี้ก็มีธนาคารในห้างมาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกก็อาจพอช่วยผู้พิการที่ใช้วีลแชร์ได้บ้างแต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด

โรงภาพยนตร์
ผู้พิการเสียค่าตั๋วชมภาพยนตร์เท่ากับคนปกติแต่แทบไม่มีโอกาสได้เลือกที่นั่งในมุมที่อยากนั่งเพราะเวลาผู้พิการวีลแชร์ไปดูหนังก็มักถูกจัดให้ไปนั่งอยู่ตรงที่ว่างริมสุด ของแถวหรือไม่ก็ที่ว่างตรงกลางโรงภาพยนตร์ แถมในโรงหนังก็แทบไม่มีทางลาดไว้ให้ใช้

ขอขอบคุณ ผู้ให้ข้อมูล
รศ.ไตรรัตน์ จารุทัศน์หน่วยวิจัยสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุและผู้พิการ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

8 ปี กับชีวิตบนวีลแชร์ ที่ไม่มีคำว่ายอมแพ้
ขวัญฤทัยสว่างศรี
เจ้าหน้าที่องค์การคนพิการสากลประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิค

เมื่อต้องต่อสู้กับความพิการ
ตอนที่ตัวเองประสบอุบัติเหตุใหม่ๆตอนนั้นเรียนอยู่ ปี 4 ก็ทำใจไม่ได้ เพราะตอนนั้นทำอะไรก็ไม่ได้ กินข้าวเองก็ไม่ได้จะเข้าห้องน้ำก็ทำไม่ได้ ได้แต่นอนอยู่เฉยๆรู้สึกอายด้วยเพราะจะเจอแต่คำถามหรือคำพูดที่บั่นทอนจิตใจจากคนรอบข้างจนเมื่อเรารู้สึกว่าไม่ได้แล้วนะ อยู่อย่างนี้ก็มีแต่รู้สึกแย่ รู้สึกหดหู่ก็เลยตัดสินใจลองออกมาใช้ชีวิตคนเดียวแล้วก็โชคดีมาได้ทำงานที่องค์การคนพิการสากลประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิค ก็ค่อยๆเริ่มที่จะเรียนรู้การใช้ชีวิต แรกๆ เราจะไม่กล้าทำอะไรเลย ต้องรอให้คนอื่นมาช่วยเพราะเรายังมองไม่เห็นว่าเราจะทำอะไรได้บ้างจนเมื่อเราได้ลองกลับมาใช้ชีวิตอีกครั้งเราก็เริ่มเห็นว่าถึงเราเป็นแบบนี้ก็ยังทำอะไรได้อีกหลายอย่าง ความพิการเหมือนตายแล้วเกิดใหม่เราอาจต้องเริ่มต้นเรียนรู้อะไรใหม่หลายๆ อย่างแต่อันดับแรกคือเราต้องไม่ยอมแพ้ให้กับความพิการ

ชีวิตผู้พิการในสังคมไทย
ความ พิการมีหลายประเภทคือพิการตั้งแต่กำเนิด กับพิการในภายหลังซึ่งผู้พิการภายหลังการยอมรับการปรับตัวเป็นเรื่องยากแต่พอเริ่มยอมรับได้ในระดับหนึ่งก็คิดอยากกลับมาใช้ชีวิตในสังคมแต่ก็กับต้องมาท้ออีก เพราะสังคมกลับพิการยิ่งกว่าสิ่งที่เอื้อกับผู้พิการในสังคมหาได้ยากมาก ใจพร้อมแต่สังคมไม่พร้อมไม่ว่าจะเป็นบันได ทางลาด ห้องน้ำ ไม่มีซึ่งเราก็ต้องมาสู้มาทำให้เขาเห็นว่าเรามีตัวตนคนพิการพอมองเห็นสังคมเป็นอย่างนี้แล้วอาจจะท้อ แต่เราท้อไม่ได้เพราะถ้าเราไม่ออกมาในสังคม สังคมก็จะไม่มีทางรู้ว่าเราต้องการอะไร

สิ่งที่อยากเห็นในสังคม
อยาก ให้มองถึงเรื่องการศึกษาถ้าเราได้รับโอกาสในการศึกษา ก็ช่วยทำให้เรามีอาชีพ มีเงิน มาเลี้ยงดูตัวเองได้พอเขามีเงินพอเขาก็อาจจะนำไปปรับปรุงทำทางลาดหรือทำห้องน้ำสำหรับคนพิการไว้ใช้เองที่บ้าน การศึกษาเป็นประตูไปสู่ชีวิตซึ่งคนพิการสามารถเรียนอยู่ในโรงเรียนเดียวกับคนปกติได้ ภาครัฐต้องเข้ามาช่วยเหลือเพราะผู้พิการก็คือคนๆ หนึ่งที่อยู่ในสังคมต้องการใช้ชีวิตไม่ต่างจากคนปกติทั่วไป

ฝากถึงผู้พิการคนอื่นๆ
เราต้องพยายามออกมาในสังคมมากขึ้น เพื่อให้คนทั่วไปได้ทราบว่าคนพิการมีอยู่ในสังคมเราต้องการมีส่วนร่วมในสังคม ให้เขาเห็นว่าเราทำอะไร อย่างสถานที่ต่างๆที่เขาไม่ได้ทำสิ่งที่ควรมีให้คนพิการเช่นทางลาดตามสถานที่ราชการ หรือลิฟต์ในสถานีรถฟ้าเพราะเขาอาจจะมองว่าคนพิการที่ไหนจะมาใช้ เขาเลยไม่ยอมสร้างให้เราเพราะฉะนั้นเราก็ควรต้องออกมาใช้ชีวิตในสังคม ให้เขาเห็นว่าเราต้องการตรงนี้นะคุณควรจะมีทางลาดไว้นะ ประตูควรเป็นแบบเลื่อนนะ ห้องน้ำคนพิการต้องกว้างนะให้เขาเห็นว่าสิ่งเหล่านี้เป็นประโยชน์ต่อสังคม สร้างมาแล้วได้ใช้งานคือถ้าเรารออย่างเดียวไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนสิ่งเหล่านี้จะเกิด แต่ถ้าออกมาใช้ชีวิตให้สังคมได้มองเห็นเรา แล้วหันมาให้ความสำคัญกับเรามากขึ้น เชื่อว่าสิ่งจำเป็นต่างๆสำหรับคนพิการน่าจะเกิดขึ้นได้