12

นาดีออน นาโรดอวี่ สนามทำพิธีเปิดการแข่งขันยูโร 2012 (ก.ค. 55)

สนามกีฬาแห่งชาติวอร์ซอว์ของโปแลนด์ มีชื่อเป็นภาษาโปแลนด์ว่านาโรดอวี่ (Stadion Narodowy  Warszawie) ตั้งอยู่ที่กรุงวอร์ซอ ประเทศโปแลนด์ ที่ผ่านมาถูกใช้ในการแข่งขันฟุตบอลและเป็นสนามกีฬาเหย้าของฟุตบอลทีมชาติโปแลนด์ จุที่นั่งได้ 58,500 ที่นั่ง แต่ในการแข่งขันยูโร 2012 ได้จำกัดที่นั่งเพียง 50,000 ที่นั่ง

สนามแห่งนี้ ได้ชื่อว่าสนามฟุตบอลที่ใหญ่ที่สุดในโปแลนด์ เริ่มก่อสร้างในปี 2551 เสร็จเมื่อปี 2554 และเพิ่งจะมีพิธีเปิดสนามอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 19 มกราคม ปี 2555 ประเดิมด้วยการแข่งขันฟุตบอลนัดแรก เมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2555 ระหว่างทีมชาติโปแลนด์และโปรตุเกส ซึ่งผลเสมอกัน 0-0

สนามกีฬาแห่งชาติวอร์ซอว์ ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำวิสตูล่า เดิมที่ตั้งของสนามแห่งนี้เคยเป็นที่ตั้งของสนามกีฬาฉลองครบรอบ 10 ปี หรือ สตาดิโอน ดีซีสจีเลเชีย ซึ่งเป็นสนามเก่าที่ใช้งานมาตั้งแต่ พ.ศ. 2498 นอกจากเป็นสถานที่จัดการแข่งขันกีฬาสำหรับผู้ชมกว่า 5 หมื่นคนแล้ว ยังสามารถเพิ่มความจุของที่นั่ง สำหรับการจัดการแสดงคอนเสิร์ต ได้ถึงเกือบ 8 หมื่นที่นั่ง

ปัจจุบัน สนามกีฬาแห่งนี้ ซึ่งใช้งบประมาณในการก่อสร้าง 500 ล้านยูโร หรือ ประมาณ 20,000 ล้านบาท (ทำไมแพงจัง !!!) อยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงการคลังโปแลนด์

Reference :

www.komchadluek.net

Digital Credit

http://euro2012gushare.wordpress.com/category/variety/

—————————–

ก่อนการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2012 หรือฟุตบอลยูโร 2012 จะระเบิดความมันส์ขึ้นในวันที่ 8 มิถุนายน -2 กรกฎาคม 2555 Forfur ขอแนะนำสนามที่ใช้ทำการแข่งขันในครั้งนี้ ซึ่งมีอยู่ทั้งหมด 8แห่ง โดยตั้งอยู่ที่ประเทศเจ้าภาพทั้ง 2 คือ โปแลนด์และยูเครน ประเทศละ 4 แห่งด้วยกัน Forfur ขอเริ่มจากประเทศโปแลนด์กันก่อนเลยนะคะ

1. สนามฟุตบอล เนชั่นแนล สเตเดี้ยม,วอร์ซอว์

forfur-Euro2012-1

สนามกีฬาเนชั่นแนล สเตเดี้ยม (Stadion Narodowy Warszawie) เป็นสนามฟุตบอลหลักอย่างเป็นทางการ ตั้งอยู่ในกรุงวอร์ซอ ริมแม่น้ำวิสตูลา (Vistula) หรือแม่น้ำวิสวา เป็นแม่น้ำสายหลักที่ยาวและมีความสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศโปแลนด์ สนามแห่งนี้ เป็นสนามขนาดใหญ่สามารถจุผู้ชมในช่วงการแข่งขันฟุตบอลได้ถึง 58,500 คน และประมาณ 72,900 คนหากเป็นการจัดแสดงคอนเสิร์ตและกิจกรรมอื่ๆ โดยได้เริ่มก่อสร้างใหม่แทนสนามเก่าที่เคยมีอยู่ เมื่อปี 2008 และเสร็จสิ้นในเดือนพฤศจิกายน 2011

forfur-Euro2012-10

สนามกีฬาแห่งนี้มีเอกลักษณ์โดดเด่นคือหลังคาพีวีซีที่แขวนอยู่ตรงกลางเหนือสนามสามารถยืดเพื่อทำการเปิดหลังคารับแสงแดงและลมจากธรรมชาติได้ และสามารถหดเพื่อปิดหลังคาหากอากาศแปรปรวน เช่นฝนตก เป็นต้น ส่วนด้านหน้าของอาคารถูกออกแบบให้คล้ายกับธงประจำชาติ คือสีแดงและขาวโบกสะบัดอยู่ ภายในสนามยังประกอบด้วยสาธารณูปโภคอย่างครบครัน เช่น ลานจอดรถใต้ดิน, สำนักงานต่างๆ, ร้านค้าและลานจัดกิจกรรม เป็นต้น

2.สนามฟุตบอล มูนิซิพัล สเตเดี้ยม, วรอตสวัฟStadion Miejski (Wrocław)

forfur-Euro2012-5

Municipal Stadium ตั้งอยู่ที่ วรอตสวัฟ ประเทศโปแลนด์ เมืองที่เปรียบเสมือนสะพานเชื่อมระหว่างทวีปยุโรปเข้าด้วยกัน เนื่องจากตั้งอยู่ใกล้ชายแดนของ 2ประเทศ นั่นคือติดชายแดนสาธารณรัฐเช็กและชายแดนของประเทศเยอรมนี มีความหลากหลายของวัฒนธรรมและประเพณีที่สืบเนื่องกันมาอย่างช้านาน

ด้วยแนวคิดที่ต้องการออกแบบให้สนามแห่งนี้มีความโดดเด่นและเป็นที่น่าจดจำ สถาปนิกจึงเน้นด้วยนวัตกรรมการออกแบบของผนังภายนอก ด้วยการนำตาข่ายใยแก้วเคลือบด้วยเทฟลอนมาคลุมด้านนอกของอาคาร โดยตาข่ายจะถูกยึดด้วยวงแหวนเหล็กรอบๆบริเวณของสนามกีฬา และด้วยคุณสมบัติของตาข่ายใยแก้วจึงสร้างความสว่างสไวและโปร่งแสงให้กับอาคารได้ อีกทั้งสีของผนังภายนอกยังสามารถเปลี่ยนแปลงได้ด้วยการใช้ระบบของแสงเข้ามาช่วย

forfur-Euro2012-6

สนามฟุตบอล มูนิพัล สเตเดี้ยม หรือ สตาดิโอน มีจสกี วรอตสวัฟ แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นมาใหม่เพื่อศึกยูโร 2012 โดยเฉพาะ เพียบพร้อมไปด้วยระบบสาธารณูปโภคต่างๆ อีกทั้งยังเน้นให้สถาปัตยกรรมแห่งนี้มีภูมิทัศน์ที่สวยงาม ด้วยการสร้างพื้นที่สวนสาธารณะไว้ให้ผู้คนสามารถพักผ่อนหย่อนใจได้อีก พร้อมทั้งการแบ่งโซนของกลุ่มแฟนๆ และวีไอพีที่สามารถนั่งใกล้ชิดติดขอบสนามเพียงแค่ผนังแก้วกั้นไว้เท่านั้น ทำให้ทุกๆที่นั่งสามารถมองเห็นภาพของเกมส์การแข่งขันแบบเต็มตา

3. สนามฟุตบอล มิวนิสิพัล สเตเดี้ยม, พอซนานStadion Miejski (Poznań)

800px-Stadion_Lecha_Poznan__2011-08-23

สนามมิวนิสิพัล สเตเดี้ยม (Municipal Stadium, Poznan) หรือ สตาดิโอน มีจสกี ตั้งอยู่ในเมืองพอซนาน ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่ปี 1980 ก่อนจะมีการปรับปรุงสำหรับการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2012 โดยเสร็จสิ้นในเดือนกันยายน 2010 ด้วยรูปแบบอาคารก่อสร้างแบบโมเดิร์น พร้อมกับสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆมากมาย หลังคาสนามถูกปกคลุมด้วยเมมเบรนซึ่งสร้างสีสันให้กับผู้พบเห็น ภายในสามารถจุผู้ชมได้ 41,000 คน อีกทั้งยังเพิ่มระบบนิเวศน์เข้ามาใช้ในสนาม ด้วยการติดตั้งถังใต้ดินสำหรับรับน้ำฝนเพื่อเก็บกักไว้ใช้สำหรับฉีดรดหญ้าในสนามอีกด้วย

4. สนามฟุตบอล พีจีอี อารีน่า, กดังส์

PGE_Arena

สนามฟุตบอล พีจีอี อารีน่า (PGE Arena) ตั้งอยู่ที่เมืองกดังส์ (Gdansk) ถือว่าเมืองศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และแหล่งท่องเที่ยว อ่าวกดัญสก์ (ทะเลบอลติก) และปากแม่น้ำมอตลาวา ถูกขนานนามว่าเป็น เมืองแห่งเสรีภาพ เพราะเนื่องจากเหตุการณ์เรียกร้องของกลุุ่มคนงานที่ทำได้อย่างเสรีเป็นแห่งแรก นอกจากนี้ เมืองกดังส์ ยังเป็นเมืองท่าสำคัญจนถึงทุกวันนี้

forfur-Euro2012-11

พีจีอี อารีน่า ถือว่าเป็นสนามกีฬาที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศโปแลนด์ สามารถจุผู้ชมได้ถึง 43,000 คน และยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ รวมถึงโซนวีไอพี ที่มีทางเข้าแยกจากห้องโถงต่างหากและมีอุปกรณ์สำหรับการชมการแข่งขันอย่างครบครัน

ขอบคุณแหล่งที่มา : www.poland2012.net

Digital Credit

http://euro2012gushare.wordpress.com/category/variety/

http://th.wikipedia.org/

ประเทศยูเครน

1. สนามฟุตบอล โอลิมปิก สเตเดี้ยม, เคียฟ Olimpiysky National Sports Complex

สนามกีฬาโอลิมปิก (Olympic National Sports Complex) ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเคียฟ เมืองหลวงของประเทศยูเครน เป็นสนามกีฬาชั้นนำและมีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของยุโรปตะวันออกรองจากที่ Muscovite Luzhniki Stadium และรวมไปถึงการเป็นศูนย์กลางที่สำคัญของอุตสาหกรรม วิทยาศาสตร์ การศึกษา และวัฒนธรรมของยุโรปตะวันออกด้วย แต่เดิมสนามแห่งนี้ถูกออกแบบมาเพื่อการเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิก จึงสามารถรองรับกีฬาได้หลากหลายประเภทสนามกีฬา Olimpiyskiy เปิดเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม ปีค.ศ.1923 มีการปรับปรุงและขยายสนามอยู่หลายครั้ง ครั้งล่าสุดสำหรับการแข่งขันยูโรในครั้งนี้ โดยการเปลี่ยนรูปแบบอัฒจรรย์ด้านล่าง พร้อมกับเพิ่มที่นั่ง วีไอพี เป็น 2 ชั้นในเวสต์ สแตนด์ โซน อีกทั้งยังได้สร้างหลังคาแบบโปร่งแสงขึ้นมาเพิ่มเติม สามารถจุผู้ชมได้ถึง 60,000 ที่นั่ง เป็นสนามที่จะถูกใช้แข่งขันในรอบสุดท้ายอีกด้วย

S12209681-1

2. สนามฟุตบอล โอบลาสต์ สปอร์ต คอมเพล็กซ์, คาร์ดิฟ

โอบลาสต์ สปอร์ต คอมเพล็กซ์ (Metalist Stadium Kharkiv) ตั้งอยู่ที่เมืองคาร์ดิฟ อีกหนึ่งสนามกีฬาอเนกประสงค์ของประเทศยูเครน ถือว่าเป็นสนามที่เก่าแก่ที่สุดในการแข่งขันครั้งนี้เลย โดยถูกบูรณะซ่อมแซมมาแล้วถึง 4ครั้ง ครั้งล่าสุดเพื่อใช้ในศึกฟุตบอลครั้งนี้ โดยเฉพาะ ฝั่งสแตนด์ด้านตะวันออกได้ทำการสร้างขึ้นมาใหม่พร้อมกับหลังคาอาคารที่สามารถเปิด-ปิดได้ นอกจากอาคารที่มีความทันสมัยแห่งนี้จะทำการรองรับผู้เข้าชมศึกลูกหนังแล้ว ยังถูกสร้างคอมเพล็กซ์ ศูนย์การค้าแบบครบวงจรไว้ที่นี้ด้วย เพื่อเป็นการดึงดูดนักท่องเที่ยวอีกทางหนึ่ง ถือว่าเป็นสนามที่ได้รับการบูรณะใหม่ให้โดดเด่นในเรื่องความทันสมัยและเทคโนโลยี

800px-Metallist_Stadium_Facade

3. สนามอารีน่า ลวีฟ
ตั้งอยู่ที่เมืองลวีฟ เป็นเมืองที่มีสีสันทางวัฒนธรรม ถูกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก เนื่องจากมีโบถส์ทางศาสนาคริสต์ที่เก่าแก่และสวยงามเป็นจำนวนมาก เป็นสนามแข่งขัน 1 ใน 4 ของสนามกีฬาในประเทศยูเครน จะใช้เป็นสนามแข่งขันของกลุ่มB มีความสะดวกสบายในการเดินทาง เนื่องจากห่างจากตัวเมืองเพียงแค่ 12กม. และห่างจากสนามบิน 8 กม

การก่อสร้างได้เริ่มขึ้นเมื่อ พฤศจิกายน 2008 โดยการก่อสร้างนั้นเป็นไปด้วยความยากลำบากเนื่องจากข้อตกลงไม่เป็นไปตามสัญญา และการออกแบบที่ล่าช้าของบริษัท Azovintex เมื่อปี 2009 สนามแห่งนี้จึงถูกระงับการสร้างไป และต่อมาได้ทำการสร้างให้แล้วเสร็จอีกครั้ง เปิดไปเมื่อ ตุลาคม 2011 จุคนได้ 33000 ที่นั่ง ที่นั่งสำหรับแขกวีไอพีอีก 450 ที่นั่ง จอดรถได้ถึง 4500 คัน ถือว่าเป็นสนามที่เล็กที่สุดในการแข่งขันครั้งนี้

S12209681-9

5. สนามกีฬาเนชั่นแนล สเตเดี้ยม (Stadion Narodowy Warszawie)
เป็นสนามฟุตบอลหลักอย่างเป็นทางการ ตั้งอยู่ในกรุงวอร์ซอ ริมแม่น้ำวิสตูลา (Vistula) หรือแม่น้ำวิสวา เป็นแม่น้ำสายหลักที่ยาวและมีความสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศโปแลนด์ สนามแห่งนี้ เป็นสนามขนาดใหญ่สามารถจุผู้ชมในช่วงการแข่งขันฟุตบอลได้ถึง 58,500 คน และประมาณ 72,900 คนหากเป็นการจัดแสดงคอนเสิร์ตและกิจกรรมอื่ๆ โดยได้เริ่มก่อสร้างใหม่แทนสนามเก่าที่เคยมีอยู่ เมื่อปี 2008 และเสร็จสิ้นในเดือนพฤศจิกายน 2011

S12209681-7

สนามกีฬาแห่งนี้มีเอกลักษณ์โดดเด่นคือหลังคาพีวีซีที่แขวนอยู่ตรงกลางเหนือสนามสามารถยืดเพื่อทำการเปิดหลังคารับแสงแดงและลมจากธรรมชาติได้ และสามารถหดเพื่อปิดหลังคาหากอากาศแปรปรวน เช่นฝนตก เป็นต้น ส่วนด้านหน้าของอาคารถูกออกแบบให้คล้ายกับธงประจำชาติ คือสีแดงและขาวโบกสะบัดอยู่ ภายในสนามยังประกอบด้วยสาธารณูปโภคอย่างครบครัน เช่น ลานจอดรถใต้ดิน, สำนักงานต่างๆ, ร้านค้าและลานจัดกิจกรรม เป็นต้น

 

6. Municipal Stadium

ตั้งอยู่ที่ วรอตสวัฟ ประเทศโปแลนด์ เมืองที่เปรียบเสมือนสะพานเชื่อมระหว่างทวีปยุโรปเข้าด้วยกัน เนื่องจากตั้งอยู่ใกล้ชายแดนของ 2ประเทศ นั่นคือติดชายแดนสาธารณรัฐเช็กและชายแดนของประเทศเยอรมนี มีความหลากหลายของวัฒนธรรมและประเพณีที่สืบเนื่องกันมาอย่างช้านาน 

 

S12209681-8