SR24

แนวทางการตรวจงานก่อสร้างด้วยตนเอง : ตอนที่ 9 งานโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก (1) (เม.ย. 53)

ฉบับก่อนหน้านี้ ได้กล่าวถึงงานเสาเข็มและฐานรากซึ่งเป็นงานฐานรากของอาคาร แม้จะเป็นส่วนของอาคารที่อยู่ใต้ดิน ไม่สวยงามอย่างเช่นงานทางสถาปัตย์ แต่ก็จัดว่าเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง  สำหรับฉบับนี้ เรามาว่ากันต่อถึงส่วนของโครงสร้างอาคาร ซึ่งส่วนต่อเนื่องจากงานฐานรากมักเป็นโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก (คสล.) อันได้แก่ เสา คาน และพื้น การตรวจงานดังกล่าวจะแบ่งเป็น 3 ส่วนหลักๆ ตามลำดับการทำงานดังนี้ คือ 1)    งานเหล็กเสริม 2)    งานแบบหล่อ 3)    งานคอนกรีต ก่อนที่จะเทคอนกรีต จะต้องตัด ดัด และผูกเหล็กเสริมเข้าตำแหน่งตามแบบเสียก่อน จึงจะขอกล่าวถึงงานเหล็กเสริมเป็นอันดับแรก วัสดุ เหล็กเสริมมีด้วยกัน 2 ประเภท หลายเกรดและหลายขนาด คือ เหล็กเส้นกลมกับเหล็กเส้นข้ออ้อย ตามมาตรฐานอุตสาหกรรม(มอก.)   ระบุไว้ว่า เหล็กเส้นกลมจะเป็นเกรด SR24 ส่วนเหล็กข้ออ้อยจะมีอยู่หลายเกรดกว่า ได้แก่ SD30, SD40 และ SD50 ส่วนใหญ่งานบ้านพักอาศัยหรืออาคารขนาดเล็กมักจะใช้เกรด SD30 ขนาดเหล็กเส้นกลมที่นิยมใช้จะเป็นขนาดเล็ก ได้แก่ 6 และ 9 มม....

สรุปขั้นตอนการทำเข็มเจาะ

แนวทางการตรวจงานก่อสร้างด้วยตนเอง : ตอนที่ 8 งานเสาเข็มเจาะ (มี.ค. 53)

ตามที่กล่าวนำไว้เมื่อหลายฉบับก่อนว่า เสาเข็มที่นิยมใช้กันในงานก่อสร้างบ้านหรืออาคารที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก มีด้วยกัน 2 ชนิด คือ เสาเข็มตอกและเสาเข็มเจาะ เสาเข็มตอกเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นในพื้นที่จังหวัดชลบุรีและจังหวัดใกล้เคียง เนื่องจากวิศวกรออกแบบไม่ต้องคอยพะวงกับสภาพของดินภายใต้ฐานราก (ในกรณีที่ไม่มีรายงานการเจาะสำรวจดิน) และคุณภาพในการควบคุมงาน สำหรับเสาเข็มเจาะนั้นได้รับความนิยมบริเวณพื้นที่ก่อสร้างในกรุงเทพฯและเขตปริมณฑล โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณที่มีอาคารอยู่ค่อนข้างหนาแน่น เนื่องจากเสาเข็มเจาะมีการสั่นสะเทือนในการทำงานน้อยกว่าเสาเข็มตอก จึงลดปัญหาที่อาจจะเกิดกับอาคารอื่นข้างเคียงได้มาก และไม่มีปัญหากับสถานที่ก่อสร้างที่อยู่ในซอยแคบ อย่างเสาเข็มตอกที่ลำบากเรื่องการขนส่งครับ เสาเข็มเจาะมี 2 ระบบ คือ ระบบแห้งและระบบเปียก ซึ่งผมจะกล่าวถึงเฉพาะการทำเสาเข็มเจาะระบบแห้ง เนื่องจากนิยมใช้กับอาคารทั่วไปที่ไม่พบปัญหาเรื่องน้ำใต้ดิน หรือ ชั้นดินอ่อนมาก การทำเสาเข็มเจาะมีขั้นตอนค่อนข้างยุ่งยากกว่าเสาเข็มตอก โดยขั้นตอนแรกก็คือ การหาตำแหน่งของเสาเข็มให้ตรงตามแบบที่ระบุเช่นเดียวกันกับเสาเข็มตอก แต่แทนที่จะตอกแท่งคอนกรีตยาวๆลงไปในดิน กลับต้องเป็นการตอกปลอกเหล็กลงไปทีละท่อน (ท่อนหนึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลางภายในตามแบบ และยาวประมาณ 1.4 เมตร) ตักเก็บดินภายในปลอกออก แล้วจึงต่อปลอก กดปลอกต่อไปให้จมลึกลงไป เก็บดินตามลงไป ทำเช่นนี้จนถึงระดับความลึกที่กำหนดไว้ในแบบ หลังจากนั้นจึงหย่อนเหล็กเสริมที่ผูกเป็นกรงเรียบร้อยลงไป เทคอนกรีตลงไปในหลุมเจาะ พร้อมกับค่อยๆทยอยถอนปลอกเหล็กขึ้นทีละปลอก จนกระทั่งเทคอนกรีตแล้วเสร็จ อ่านแล้วรู้สึกถึงความยุ่งยากไหมครับ อย่างที่บอกกล่าวถึงขั้นตอนการทำ จะเห็นว่าการทำเสาเข็มเจาะให้ได้คุณภาพที่ดีจะต้องมีการควบคุม ตรวจสอบกันทุกขั้นตอน ทั้งการตรวจวัสดุก่อสร้าง เช่น ขนาดและเกรดของเหล็กเสริม กำลังอัดของคอนกรีตที่สั่งมาเทลงในหลุมเจาะ รวมถึงสภาพดินก้นหลุมเจาะต้องอยู่ในสภาพแน่น ไม่มีเศษดินหลงเหลือ (เนื่องจากเข็มเจาะที่ใช้ในชลบุรีและใกล้เคียงมักจะรับแรงส่วนใหญ่ด้วยกำลังแบกทานของดินก้นหลุม)...

ภาพเสาเข็มหนีศูนย์

แนวทางการตรวจงานก่อสร้างด้วยตนเอง : ตอนที่ 7 การตรวจสอบงานตอกเสาเข็ม (ม.ค. 23)

ฉบับที่ผ่านมาได้กล่าวถึงการตรวจสอบงานเสาเข็ม ในช่วงก่อนการตอก ไปแล้ว นะครับ ว่า เข็มที่ได้มาตรฐานร ควรมีลักษณะอย่างไร แล้ว การเตรียมพื้นที่และ เตรียมงานตอกเข็มให้ปลอดภัย ควรเป็นเช่นไร  ฉบับนี้มาต่อกัน ถึงการตรวจงาน ในช่วงขณะ และ หลัง การเสาเข็ม นะครับ ภาพรถตอกเสาเข็ม (ที่กำลังได้รับความนิยม เนื่องจากทำงานได้เร็ว) เมื่อตรวจสอบทุกอย่างถูกต้องเรียบร้อยตามที่กล่าวถึงในฉบับก่อนแล้ว  ก็สามารถดำเนินการตอกเสาเข็มได้ และต้องตรวจสอบขณะตอกเสาเข็มดังนี้ a)    ตรวจสอบว่าการนำเข็มตั้งบนจุดตอกตรงตามตำแหน่งที่ทำเครื่องหมายไว้หรือไม่ ถ้าไม่ต้องขยับจนกว่าจะตรงกับหมาย และ ตัวเสาเข็มต้องตั้งตรงได้ดิ่งด้วย นะครับ บางท่านถามว่า ตั้งคลาดเคลื่อนได้แค่ไหน  ผมขอตอบว่า ควรเริ่มต้น โดยไม่คลาดเคลื่อนเลย เพราะ ระหว่างที่ตอก เข็มก็อาจเคลื่อนตัวออกจากศูนย์ไปอีก จะยิ่งเป็นการสะสมความคลาดเคลื่อนให้เพิ่มไปอีก จะคลาดเคลื่อนได้แค่ไหน เดี๋ยวไปกล่าวถึงการตรวจหลังตอกนะครับ b)   ตรวจ blow count ผู้รับเหมาจะทำเครื่องหมายบนเสาเข็มห่างกัน 30 ซม. เพื่อนับจำนวนครั้งในการตอกเสาเข็ม โดยทั่วไปควรจะต้องเกิน 30 ครั้ง/ฟุต จึงจะเริ่มนับระยะจมในการตอก 10...

มอก.เสาเข็ม

แนวทางการตรวจงานก่อสร้างด้วยตนเอง : ตอนที่ 6 (ต่อ) การตรวจสอบงานตอกเสาเข็ม (ธ.ค. 52)

การตรวจสอบก่อนการตอกเสาเข็มมีดังนี้ ก.) ตรวจสอบตรา มอก. อย่างที่ได้กล่าวข้างต้น หากมีข้อสงสัยให้ขอหนังสือรับรอง ที่สถาบันมาตรฐานอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (มอก.) ออกให้กับบริษัทผู้ผลิตเสาเข็มรายนั้นๆ โดยเสาเข็มดังกล่าวจะมีตราของบริษัทผู้ผลิตประทับในเนื้อคอนกรีตคู่กับตรา มอก. ข.) ขอดูรายการคำนวณการตอกเสาเข็มพร้อมการเซ็นรับรองและสำเนาใบอนุญาตการประกอบวิชาชีพของวิศวกรโยธาผู้คำนวณ เมื่อได้รับแล้วก็นำไปปรึกษาวิศวกรโยธาที่ท่านเชื่อถือหรือเก็บไว้ตรวจงานเองตามที่จะกล่าวต่อไป ค.) ตรวจสอบสภาพของเสาเข็มที่นำเข้ามาในสถานที่ก่อสร้างทุกต้นว่า เสาเข็มตรง ไม่โก่งงอ ไม่แตก ไม่ร้าวหรือหัก หัวเสาเข็มต้องตรงและได้ฉากกับแนวยาว ง.) ตรวจดูความมั่นคงแข็งแรงของปั้นจั่นหรือสภาพดินบนเส้นทางเดินของปั้นจั่นหรือรถตอกเสาเข็ม เพื่อป้องกันการล้มลงถูกคนบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต หรือถูกทรัพย์สินของผู้อื่นเสียหาย จ.) ตรวจสอบจุดที่จะตอกเสาเข็มว่าตรงตามแบบก่อสร้างของท่านหรือไม่ เพราะหากพบว่าไม่ตรงกับแบบแล้ว การแก้ไขภายหลังจะเกิดความยุ่งยาก หรือหากผิดแล้วไม่ทราบจะเป็นอันตรายมากอาจถึงขั้นอาคารวิบัติได้ทีเดียว ฉบับนี้หน้ากระดาษหมดแล้วครับ ฉบับหน้ามาคุยกันต่อถึงการตรวจสอบขณะและหลังจากการตอกเสาเข็มครับ สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรฐานของเสาเข็มคอนกรีตอัดแรงที่ได้มาตรฐานของ มอก.396-2524 ได้ที่ www.RATCHAKITCHA.SOC.GO.TH หรือชมวิดีโอคลิปขั้นตอนการตอกเสาเข็มที่ www.selecton.com

shallow-foundation-0

แนวทางการตรวจงานก่อสร้างด้วยตนเอง : ตอนที่ 6 การตรวจสอบงานตอกเสาเข็ม(พ.ย. 52)

ฉบับก่อนหน้านี้ได้กล่าวถึงชนิดของฐานรากและเสาเข็ม และได้กล่าวถึงการตรวจสอบฐานรากแผ่ไปแล้ว ฉบับนี้มาคุยกันต่อถึงการตรวจงานฐานรากที่ใช้เสาเข็มกันครับ ได้เคยกล่าวไว้เมื่อตอนที่ 4 ว่า เสาเข็มที่นิยมใช้กันในงานอาคารพักอาศัยมีด้วยกัน 2 ชนิด คือ เสาเข็มตอกกับเสาเข็มเจาะ เสาเข็มจะทำหน้าที่ถ่ายน้ำหนักจากเสาและฐานรากอาคารผ่านชั้นดินอ่อนสู่ชั้นดินที่แข็งแรงซึ่งอยู่ต่ำลงไป โดยฉบับนี้จะขอกล่าวถึงเฉพาะเสาเข็มตอกก่อนนะครับ โดยทั่วไปฐานรากเสาเข็มตอกจะใช้กับสภาพพื้นที่ดินอ่อนอย่างกรุงเทพฯ และปริมณฑล หรือพื้นที่ใกล้เคียงแม่น้ำ ลำคลอง หนอง บึง และละแวกป่าชายเลน (สำหรับชลบุรีบริเวณที่เห็นได้ชัดคืิอตั้งแต่ตัวเมืองไปจนถึงแม่น้ำบางปะกง) แต่ในปัจจุบัน ผมได้เห็นการใช้เสาเข็มตอกกันทั่วไป เนื่องจากหลายพื้นที่ถมดินให้สูงขึ้นมาก (ดินถมที่ไม่บดอัดไม่เหมาะที่จะใช้ฐานรากแผ่เนื่องจากดินยังคงทรุดตัวต่อเนื่อง) หรือแม้แต่วิศวกรผู้ออกแบบเองก็คงไม่แน่ใจว่าสภาพดินบริเวณนั้นเป็นอย่างไรมาก่อนเพราะขาดข้อมูลดิน การใช้เข็มตอกจึงเปรียบเสมือนให้ปลอดภัยไว้ก่อน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ท่านเจ้าของบ้านก็ย่อมต้องระวังปัญหากับบ้านใกล้เคียงด้วย ถ้าบ้านของเขาอยู่ใกล้อาคารที่ท่านกำลังจะลงมือสร้างใหม่นี้ ผมแนะนำให้ใช้ฐานรากแผ่หรือเสาเข็มเจาะน่าจะเหมาะกว่าเพื่อเลี่ยงปัญหาการร้องเรียนที่อาจจะเกิดกับบ้านข้างเคียงได้ เสาเข็มตอกที่นิยมใช้กับบ้านพักอาศัยหรืออาคารขนาดเล็กจะเป็นเสาเข็มคอนกรีตอัดแรง มีทั้งหน้าตัดรูปตัวไอและสี่เหลี่ยมตัน (ในเขตจังหวัดชลบุรีควรใช้หน้าตัดนี้) สิ่งสำคัญที่ควรระบุในสัญญาก่อสร้าง คือ วัสดุที่นำมาใช้ในงานก่อสร้างของท่านจะต้องได้รับมาตรฐานอุตสาหกรรมหรือเรียกสั้นๆว่า “มอก.” และแน่นอนว่า เสาเข็มคอนกรีตอัดแรงก็มี มอก. นะครับ ดังนั้นสิ่งแรกที่ท่านต้องตรวจเมื่อเสาเข็มเข้ามาถึงหน้างานคือ ตรา มอก. และหมายเลข มอก.396-2524 ที่ต้องประทับตราฝังในเนื้อคอนกรีตมาจากโรงงาน นอกจากการตรวจตรา มอก. ดังกล่าวแล้ว การตรวจสอบงานเสาเข็มตอกยังมีอีกหลายประการ  โดยแบ่งได้เป็น 3 ช่วง...

เตรียมตัวหัวเข็ม-hu-ac-th

แนวทางการตรวจงานก่อสร้างด้วยตนเอง : ตอนที่ 5 การตรวจสอบงานฐานรากแผ่(ต.ค. 52)

ฐานรากคือฐานรากแบบตื้น ที่มีขนาดแผ่กว้างออก เพื่อให้สามารถกระจายน้ำหนักของอาคารลงสู่พื้นดินได้อย่างสม่ำเสมอทำให้ดินสามารถรับน้ำหนักบรรทุกของอาคารได้โดยปลอดภัย   3. ขั้นตอนการทำฐานรากแผ่ 3.1 ขุดดินให้มีความลึก ขนาด และตำแหน่งของถูกต้องตามแบบก่อสร้างโดยใช้แรงงานคนหรือเครื่องจักร ในการขุดดินนั้นต้องเผื่อการบดอัดทรายหรือกรวด เทคอนกรีตหยาบ (lean concrete) เผื่อการเข้าแบบด้านข้าง ถ้าดินมีลักษณะอ่อนตัวเป็นดินเหลวเป็นโคลน ให้ขุดดินอ่อนออกจนหมดแล้วใช้ทรายถม หากดินไม่เหลวมากให้เทคอนกรีตหยาบเพื่อรองรับเหล็กเสริมที่จะทำฐานราก หรือออกแบบฐานรากให้สูงขึ้น ในกรณีที่ดินลื่นไถลอาจขุดดินให้มีความลาดเพื่อป้องกันดินพังทลาย หรือใช้แผ่นเหล็กหรือวัสดุอื่นที่สามารถนำมาตอกโดยรอบ เพื่อป้องกันดินพังทลายลงในขณะก่อสร้างฐานรากด้วย 3.2 ตรวจสอบความลึกหรือระดับดินก้นหลุมก่อนหนึ่งครั้ง เมื่อระดับดินขุดได้แล้วจะทำการบดอัดทรายหรือกรวด เพื่อให้ดินแน่นสามารถรับน้ำหนักได้ดีขึ้น 3.3 เมื่อบดอัดดินจนแน่นแล้วทำการตรวจสอบระดับดินที่บดอัดจนแน่นของฐานราก จากนั้นเทคอนกรีตหยาบ (lean concrete) ทับบนทรายบดอัดแน่น ความหนาของคอนกรีตหยาบเป็นไปตามแบบก่อสร้าง การเทคอนกรีตหยาบก่อนวางฐานรากจะช่วยป้องกันการกัดเซาะของน้ำใต้ฐานรากได้ 3.4 เมื่อเทคอนกรีตหยาบเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปติดตั้งแบบหล่อฐานรากจะใช้แบบหล่อไม้ หรือแบบหล่อเหล็ก หรือก่ออิฐเป็นแบบหล่อก็ได้ รวมทั้งค้ำยันให้แข็งแรง งานฐานรากที่ก่อสร้างบนดินเหนียวลักษณะเป็นดินเลน มีปัญหาเรื่องการค้ำยันและแบบเทคอนกรีตแตกควรเทคอนกรีตหยาบรองพื้น ก่อนทำการค้ำยันแบบเพื่อสามารถยึดค้ำยันให้แข็งแรง 3.5 วางเหล็กเสริมฐานราก และเสาตอม่อ ในขั้นตอนนี้ต้องตรวจสอบศูนย์กลางเสาตอม่อ ขนาดและระยะงอของเหล็กเสริมต้องเป็นไปตามแบบก่อสร้างหรือมาตรฐาน ว.ส.ท. ระยะหุ้มคอนกรีตถึงผิวเหล็กอย่างน้อย 7.5 ซม. 3.6 เทคอนกรีตฐานราก ก่อนเทคอนกรีตต้องทำความสะอาด...

MTIMG1221

แนวทางการตรวจงานก่อสร้างด้วยตนเอง : ตอนที่ 4 เสาเข็มและฐานราก (ก.ย. 52)

สามฉบับก่อนนี้ ได้กล่าวถึงบทนำ ภาำพรวมของการตรวจงานก่อสร้างในช่วงต่างๆ แล้วก็เริ่มลงรายละเอียดในการตรวจสอบ สภาพพื้นที่ก่อสร้างไปจนถึงการปักผัง ในฉบับนี้จะกล่าวถึงเรื่องเสาเข็มและฐานราก แต่ก่อนจะไปถึงการตรวจสอบ อยากจะแนะนำให้ผู้อ่านรู้จักชนิดของฐานรากแบบพื้นฐานกันก่อนครับ ถึงแม้เทคนิคของงานโครงสร้างในปัจจุบันจะก้าวหน้าไปถึง การทำบ้านไร้เสา (ใช้กำแพงรับน้ำหนักแทน) หรือ พื้นไร้คานกันแล้ว  แต่อาคารทุกหลังก็ยังคงต้องมีฐานราก เพราะฐานรากมีหน้าที่กระจายน้ำหนักของอาคารลงสู่พื้นดิน ฐานรากอาคารมีด้วยกัน 2 ชนิดใหญ่ๆ คือ ฐานรากแผ่ (ไม่ใช้เข็ม) กับ ฐานรากแบบใช้เข็ม ฐานรากแผ่  คือ ฐานรากที่กระจายน้ำหนักลงสู่ชั้นดินโดยตรง ชั้นดินใต้ฐานจึงต้องมีความมั่นคงแข็งแรงเพียงพอ ฐานรากเข็ม คือ ฐานรากที่กระจายน้ำหนักผ่านเสาเข็ม โดยเสาเข็มจะกระจายแรงสู่ดินได้ 2 ทาง คือ แรงเสียดทานที่ผิว และ ที่ปลายเข็ม ผมมักจะถูกตั้งคำถามบ่อยมาก ว่า ฐานรากเข็มแข็งแรงกว่าฐานรากแผ่หรือเปล่า?  บ้านฉัน / โรงงานผม จะต้องตอกเข็มไหม?  ตอกเข็มกับไม่ตอกเข็ม อย่างไหนประหยัดกว่ากัน? ซึ่งผมเชื่อว่าคำถามเหล่านี้คงตรงกับใจของหลายๆท่าน ตามผมมาครับ.. หากจะนึกถึงสิ่งก่อสร้างใหญ่ ๆ โบราณ ๆ เรามักจะนึกถึงสิ่งมหัศจรรย์ของโลกอย่างปิรามิด ครับ ปิรามิดใหญ่...

images

แนวทางการตรวจงานก่อสร้างด้วยตนเอง : ตอนที่ 3 ลงหลักปักผัง (ส.ค. 52)

หลังจากที่ได้เกริ่นภาพกว้างๆของการตรวจงานก่อสร้างมา 2 ฉบับก่อนหน้านี้แล้ว วันนี้เรามาเริ่มลงลึกกันเป็นตอนๆไปครับ เมื่อคุณมีที่ดิน มีแบบก่อสร้าง และได้ทำการยื่นขออนุญาตกับทางเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นแล้ว ก็มาเริ่มงานกันเลยครับ อันดับแรก ถ้าเป็นที่ดินเปล่าก็ให้ล้อมรั้วก่อนครับ หมุดที่ดินถึงแม้ว่าจะมีปรากฎอยู่ แต่อย่าวางใจสร้างกำแพงไปเลยนะครับ ต้องไปยื่นเรื่องขอรังวัดสอบเขตที่สำนักงานที่ดินก่อน เจ้าหน้าที่จะนัดหมายให้เจ้าของที่ดินที่ร้องขอและเจ้าของที่ดินข้างเคียงมาเป็นพยานร่วม ในการชี้เขตนี้ (รอเวลาเจ้าหน้าที่มาปฏิบัติงานประมาณ 45 วัน) หากหมุดใดสูญหายหรือชำรุดเสียหาย เจ้าหน้าที่จะทำการปักหมุดหลักเขตให้ใหม่ เมื่อได้หมุดแล้วโปรดดูแลรักษาให้ดี และควรทำจุดอ้างอิงลำลองไว้ด้วย เนื่องจากตอนที่จะสร้างรั้วจริง หมุดนี้จะถูกขยับออกไปตอนที่ช่างลงมือขุดดิน จะได้นำกลับมาปักคืนให้ถูกต้องตามตำแหน่งเดิม บางท่านอาจจะสงสัยว่า ถ้าสร้างบ้านก่อนแล้วค่อยทำรั้วในภายหลังไม่ได้หรือ ผมขอตอบว่า ได้ครับ แต่ขอให้รักษาหมุดเขตที่ดินในขณะก่อสร้างบ้านให้ดีๆก็แล้วกัน และเหตุผลอีกประการหนึ่งว่าเหตุใดจึงควรสร้างรั้วก่อน ก็คือเพื่อเป็นรั้วรอบขอบชิดป้องกันไม่ให้ผู้อื่นที่ไม่เกี่ยวข้องบุกรุกเข้ามาในพื้นที่ก่อสร้าง หากคุณประสงค์จะสร้างตัวอาคารก่อนก็ควรที่จะทำรั้วชั่วคราวไว้สักนิดนะครับ นอกจากนี้ หากที่ดินจะต้องมีการถมหรือปรับที่ดิน ก็สมควรที่จะกระทำก่อนที่จะปักหมุด หรือถ้าปักหมุดไว้แล้ว จะต้องหาไม้ยาวมาปักไว้เพื่อเป็นเครื่องหมายไว้ ตอนที่สร้างกำแพงรั้วจะได้หาหมุดหลักเขตได้ง่าย และก่อนที่จะถมที่ก็ควรไถเอาหน้าดินเดิมและวัชพืชออกเสียก่อนนะครับ มิฉะนั้นแล้วหน้าดินและวัชพืชเหล่านี้จะเกิดการเน่าเปื่อยผุพัง เป็นสา้เหตุให้ดินทรุดตัวลงได้อีกในอนาคต สำหรับอีกกิจกรรมหนึ่งก่อนการก่อสร้าง ผู้รับเหมาก่อสร้าง (บ้าน) มักจะเริ่มงานด้วยการตีผัง (ล้อมคอกไม้เตี้ยๆ) รอบพื้นที่ที่จะสร้าง แล้วตอกตะปูขึงเอ็นตัดกัน เพื่อเป็นการวางตำแหน่งตัวอาคารบนที่ดิน จุดตัดของเอ็นเหล่านั้นมักจะเป็นศูนย์กลางของเสาอาคาร   ณ เวลานี้ ท่านเจ้าของบ้านหรืออาคาร ควรที่จะตรวจสอบระยะร่นของอาคารว่าห่างจากเขตที่ดินตามแบบที่สถาปนิกกำหนดเอาไว้ในแปลนหรือไม่...

800x450 Honda Sriracha - 11

แนวทางการตรวจงานก่อสร้างด้วยตนเอง : ตอนที่ 2 ภาพรวมของการตรวจงานในช่วงระหว่างการก่อสร้าง (ก.ค. 52)

ฉบับที่แล้วได้อารัมภบทถึงการตรวจงานก่อสร้างซึ่งมีด้วยกัน 3 ส่วนหลัก คือ การตรวจงานระหว่างการก่อสร้าง, ก่อนส่งมอบงาน และก่อนหมดเวลารับประกัน สำหรับฉบับนี้จะขอกล่าวถึงภาพรวมของการตรวจงาน (อาคารหรือห้องชุดเำำพื่ออยู่อาศัย) ในช่วงระหว่างการก่อสร้างก่อนนะครับ  แล้วจะเริ่มเจาะลึกแต่ละส่วนของอาคารในโอกาสต่อไป ก่อนจะลงมือตรวจงาน  อันดับแรกผมขอแนะนำสิ่งที่คุณต้องนำติดตัวไปสถานที่ก่อสร้างด้วยทุกครั้ง อย่างน้อยคุณควรเตรียมตัวและอุปกรณ์ดังนี้ครับ 1. แบบก่อสร้าง ควรศึกษาแบบให้เข้าใจ และนำติดตัวไปด้วย เพื่อเอาไว้ตรวจดูระยะ ขนาด และข้อกำหนดต่าง ๆ ที่สถาปนิกและวิศวกรระบุไว้ 2. ตลับเมตร สำหรับใช้วัดระยะต่าง ๆ ว่าผู้ก่อสร้างได้ทำตรงตามแบบหรือไม่ 3. สมุดจดบันทึก ไว้ใช้จดบันทึกสิ่งที่คุณสงสัย หรือ ใช้จดเตือนความจำกันลืม เพื่อที่จะถามช่าง หรือ ผู้รู้อื่น ๆ 4. ปากกาหรือดินสอ ไว้เขียน จด หรือ ขีดทำเครื่องหมายต่าง ๆ   ซึ่ง จริง ๆ แล้วผมขอแนะนำให้ใช้ดินสอไม้ครับ 5. แต่งตัวให้รัดกุม เพื่อความปลอดภัยของคุณเอง แล้วในระหว่างงานก่อสร้าง เราต้องดูอะไรกันบ้าง ผมขอกล่าวถึงเฉพาะหัวข้อก่อนนะครับ 1....