12

ทางเลือกใหม่ในภาวะโลกร้อน……บ้านลอยน้ำ (มิ.ย. 54)

ในระยะนี้เราอาจจะเห็นข่าวเกี่ยวกับภัยธรรมชาติ เกิดขึ้นบ่อย ๆ เช่น  แผ่นดินไหว  ภูเขาไฟระเบิด  เกิดสึนามิ  มีลมพายุ  อุทกภัย ต่าง ๆ    ซึ่งเป็นผลมาจาก  “ภาวะโลกร้อน” เมื่อโลกร้อนขึ้น น้ำก็ถูกแผดเผาระเหยกลายเป็นไอมากขึ้น ไอน้ำก็จะจับตัวเป็นก้อนเมฆที่ใหญ่ขึ้น  ฝนตกหนักขึ้น บ่อยขึ้น  และทวีความรุนแรงมากขึ้น  ทำให้ได้ยินข่าวเกิดน้ำท่วมทั่วโลก  ทั้งในประเทศไทยเราเองก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน
ถ้าจะสังเกตดี ๆ จะพบว่าเมื่อเกิดน้ำท่วมที่ไร มักจะเป็นปัญหาซ้ำซากของคนในบริเวณพื้นที่เดิมนั้น  ๆ  เราจำเป็นต้องหาทางออกแก้ไขว่าทำอย่างไรให้ที่อยู่อาศัยมีผลกระทบน้อยที่สุดเมื่อน้ำท่วม จากภูมิปัญญาไทยดั้งเดิมส่วนใหญ่สร้างบ้านอยู่ใกล้ริมแม่น้ำ ลำคลอง หรือ พื้นที่ลุ่ม จึงสร้างบ้านเรือนแบบยกใต้ถุนสูง  เราก็อาจลืมกันไป ว่า อดีตบริเวณใด เคยเป็นท้องทุ่งที่น้ำท่วมในฤดูฝน เลยไปนิยมแบบบ้านทางยุโรป ซึ่งบ้านเขาอากาศแห้งกว่าบ้านเรา     จากสถิติ  เกิดน้ำท่วม ครั้งสำคัญในประเทศไทยตั้งแต่ ปี 2526 -2554  ถึง 12  ครั้ง  ใน ปี 2553  เกิดน้ำท่วมใหญ่  21 จังหวัด ใน ภาคกลาง และ ภาคอีสาน  ปี 2554   เองก็ตาม ขนาดว่าอยู่ในช่วงฤดูร้อน  เมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา   ยังเกิดอุทกภัยใหญ่ในภาคใต้ ทำให้ประชาชนเสียชีวิตและทรัพย์สิน บ้านถูกน้ำพัดพังทลาย  ซึ่งความเสียหายครั้งนี้ยังประเมินค่ามิได้                                                        แต่ปัจจุบัน บางสถานที่น้ำก็ท่วมสูงเกินกว่าใต้ถุนไปเสียแล้ว หรือ บางที

เพื่อให้ทันเหตุการณ์ ฉบับนี้ผมจึงอยากจะนำแนวความคิดของบ้านลอยน้ำ ของกรมโยธาธิการและผังเมือง  มานำเสนอครับ ….

กรมโยธาฯได้ออกแบบบ้านหลังนี้ขึ้นโดยปรับใช้แนวคิดจาก “บ้านลอยน้ำท่าขนอน” และเรือนแพของชาวบ้านในอดีต นำมาประยุกต์ใช้กับสภาพแวดล้อมในปัจจุบัน ซึ่งในฤดูแล้งตัวบ้านจะตั้งอยู่บนพื้นดินตามปกติ แต่เมื่อมีน้ำท่วมก็จะลอยขึ้นตามระดับน้ำได้ โดยจะมีการยึดตัวบ้านไว้กับเสาหลักทั้งสี่มุม เพื่อป้องกันการโคลงตัวหรือลอยไปตามกระแสน้ำ และเมื่อระดับน้ำลดลงตัวบ้านก็จะกลับมาตั้งอยู่บนพื้นดินตามเดิม  ขนาดของบ้านลอยน้ำที่ได้ออกแบบขึ้นนี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของขนาดวัสดุสำเร็จรูปที่มีขายอยู่ทั่วไปในท้องตลาด เพื่อให้เป็นการใช้วัสดุที่คุ้มค่าที่สุดเท่าที่จะทำได้ซึ่งสามารถประยุกต์ใช้และทำการก่อสร้างได้ง่าย เนื่องจากมีระบบวิศวกรรมโครงสร้างเป็นรูปแบบอย่างง่าย ชาวบ้านที่มีความรู้ด้านช่างในระดับทั่วไปก็จะสามารถดำเนินการก่อสร้างได้เอง   สำหรับราคาค่าก่อสร้าง บ้านขนาดพื้นที่   ประมาณ 60 ตารางเมตร(ประกอบด้วยพื้นที่อยู่อาศัย 23 ตารางเมตร ส่วนทำอาหารห้องน้ำและซักล้าง รวม 37 ตารางเมตร) ประมาณการไว้ว่า กรณีดำเนินการก่อสร้างเองจะมีราคาประมาณหลังละ 719,000 บาท แต่หากจ้างเหมาราคาประมาณหลังละ 915,000 บาท เนื่องจากต้องมีการคิดค่าดำเนินการ กำไรและภาษีด้วย
กรมโยธาฯ ได้ออกแบบทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้ว เพื่อเป็นแนวทางหนึ่งที่จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ต้องอยู่อาศัยในพื้นที่ที่อาจต้องประสบภัยน้ำท่วมตามฤดูกาล และอาจเป็น

ทางเลือกใหม่สำหรับทุกท่านที่จะพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส  หากท่านใดสนใจจะสร้างบ้านลอยน้ำแบบพอเพียง หรือต้องการนำไปศึกษา  สามารถดาวน์โหลดได้  ฟรี ! ที่    http://www.dpt.go.th/download/PW/floating_house/floatingH.html

ฉบับหน้าเราจะมาดูกันว่า…ชาวโลกเขาเตรียมการรับมือกับภาวะโลกร้อน ด้วยการสร้างบ้านลอยน้ำแบบใด จะโดน !!!!!! ขนาดไหน  ติดตามชมกันนะครับ